วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อาการคัน เหมือนมดเดินใต้ผิวหนัง

  อาการคัน เหมือนมีมดเดินไต่ใต้ผิวหนัง ไม่ว่าปลายมือ ปลายเท้า หรือตามแนวเส้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังจากที่มีการกระตุ้นทำให้เลือดลมไหลเวียน  ก็เป็นเพียงความรู้สึกใต้ผิวหนังเรา บ่งบอกว่า มีการไหลเวียนของลม แต่การไหลเวียนของลมนั้น ยังไม่สามารถไหลออกไปนอกร่างกาย ตามประตูลม และตามข้อต่างๆของร่างกายคือ ขา2ข้าง  แขน2ข้าง และ1ศีรษะ ได้ จึงทำให้เรามีความรู้สึกคันใต้ผิวเหมือนมีมดเดินอยู่  ถ้าเราสามารถทำให้ลมที่ขัดอยู่นี้ ไหลออกไปนอกกายเราตามประตูลม หรือตามข้อกระดูกต่างๆ อาการคันนี้ ก็จะหายไป

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ติดนวด

วันนี้ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเข้าใจในการที่จะต้องนวดของคนไข้ ส่วนมากคิดว่านวดแล้วจะติด ทำให้ต้องไปนวดบ่อยๆ ก็เลยกลัวไม่กล้าไปนวด
   คนที่มานวดเวลามานวดจะบอกว่า เขานวดอาทิตย์ละ1ครั้ง อาทิตย์ละ2ครั้ง ถ้าเรามาคิดว่า ทุกคนที่มานวดบ่อยๆเกิดจากการที่นวดแล้วติด ผมคิดว่าคนที่คิดอย่างนี้เข้าใจผิด เป็นแค่ข้ออ้างที่จะไม่นวดเท่านั้นไม่ว่าจะมาจากเหตุผลใดๆก็ตาม ทั้งนี้เพราะคนที่จะมานวดไม่ได้นวดฟรีนะครับ มีค่าใช้จ่ายเป็นเงิน คนมีเงินไม่มีปัญหา แต่คนที่ไม่มีเงินใครจะไปนวด และสำหรับเวลาที่เสียไปขณะที่มานวด สำหรับคนที่มีเงินแต่ไม่มีเวลาจะหาเวลาที่ไหนมานวด  และคนที่มานวดส่วนมากก็มาเพราะมีอาการตั้งแต่เบาไปจนถึงหนัก คนที่อาการเบาก็นานๆครั้ง คนที่อาการหนักก็บ่อย ผมไม่เคยเห็นคนที่เข้ามานวด จะเข้ามานวดในขณะที่ร่างกายปกติ ( ยกเว้นที่ไปนวดแบบที่แฝงการขายบริการที่ไม่ต้องมีอาการก็ไปนวด )
   การที่เราไปนวดแล้วคิดว่าจะติดนวด ทำไมเราไม่เข้าใจถึงอาการหนักเบา ถ้าอาการที่เราเป็นไม่หนัก การรักษาก็ไม่นาน บางรายนวดครั้งเดียวอยู่ไปได้เป็นเดือนๆ แต่ถ้าเราเคยประสบอุบัติเหตุร่างกายบอบช้ำมา เป็นมานานเรื้อรังเป็น10ปี จนพังผืดเกาะแน่น การที่จะนวด1-2 ครั้งให้หาย ก็ไม่มีทางเป็นไปได้
     ทำไมเราไม่คิดว่าการนวดก็นวดวิธีเดียวกัน คนนวดก็คนเดียวกัน แต่คนไข้มานวดแต่ละคน หายเร็วช้าต่างกัน ก็เพราะอาการหนักเบาของคนไข้เอง
 ถ้าอาการน้อยนวด1-2 ครั้งก็ไม่รู้จะนวดไปทำไมอีกเสียเงิน-เสียเวลา

 ถ้าอาการสะสมจนเยอะ นวดมา 2-3 วันก็ตึงก็ปวดใหม่อีกแล้ว  แล้วถ้าไม่มานวดบำบัดอาการให้คลายลงไป เราก็จะทนปวดไม่ได้ เราจึงต้องมานวด นี่แหละที่ว่ากันว่า นวดแล้วติด ที่แท้คือ ไม่นวดก็ทนอยู่ไม่ได้ สุดท้ายจะรักษาแพทย์ทางแผนไหนเท่านั้นเอง
 

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

เคยสงสัยไหมว่า
       เวลาเราขยับแขน ขา หรือแม้กระทั่งการบิดตัว ทำไมจึงมีเสียงลั่นตามข้อกระดูกต่างๆ บางคนอายุ 10กว่าปี ก็มีเสียงลั่นตามข้อกระดูกต่างๆเหมือนคนสูงอายุ
     กระดูกเสื่อมหรือ ????????
       ก่อนอื่นจะเอ่ยถึงธาตุลมในกายคนนี้ อยู่ทุกอณูของร่างกาย ไม่ต้องกลัวว่าเราหายใจออกแล้วลมจะหมดตัว เมื่อใดเราหายใจเข้าลมก็จะแล่นเข้ามาในกายอีก
    การไหลเวียนของลมในกายที่เกิดจากการนวดจะเริ่มแล่นออกไปทางด้านล่างคือขา ไปออกนิ้วเท้า
    ในเวลาเดียวกัน แล่นออกไปทางด้านบนไปออกที่แขน ไปออกนิ้วมือ  
    และในเวลาเดียวกัน แล่นไปทางด้านบนคือวิ่งผ่านศีรษะ  คือที่สุดท้ายของการไหลเวียนของลมในกาย

ลมที่แล่นตามเส้น ( นวดเส้นคือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ) ปกติแล้วลมจะอั้นอยู่ตามท่อนกระดูก ลมจะแล่นออกจากกายเราได้ตามท่อนกระดูก

   ดังนั้นลมเมื่อแล่นผ่านท่อนกระดูก มาถึงข้อกระดูก ก็จะออกจากกายเราได้ จึงเป็นที่มาว่า ทำไมเมื่อเวลาเรานวดเส้นให้เลือดลมไหลเวียนได้แล้ว ตามข้อกระดูกต่างๆจะมีเสียงลั่นของลมที่ผ่านออกมาได้
 

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

อะไรที่ไปกับลม



อะไรที่ไปกับลม

  จากการที่ได้คลุกคลีเกี่ยวกับการนวดมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้รับรู้ว่า ในการเจ็บป่วยของคนเรานี้ เป็นการเจ็บป่วยในส่วนของกาย คือเป็นการทำงานไม่ปกติของ ธาตุดิน  ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ

   การขัดของธาตุลม

   การเรียกชื่อลมต่างๆที่แล่นอยู่ในกาย การที่ลมในกายขัดทำให้เกิดอาการของโรคต่างๆในทางแพทย์แผนไทย ทั้งหมดนี้เป็นวิชาการที่เราสามารถหาหนังสือมาเรียนรู้ได้

  ตรงกันข้ามกัน จะเป็นการยากที่จะลงมือทำ ให้ธาตุลมในกายที่ขัดอยู่นี้ให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ทั้งนี้เนื่องจาก ธาตุดิน น้ำ ไฟ นั้น เราสามารถจับต้อง สัมผัสได้ด้วยตา และเครื่องมือ แต่ธาตุลมนั้น เครื่องมือไม่สามารถสัมผัส หรือเห็นได้

   การที่ธาตุลมในกายเกิดการขัดไม่ไหลเวียน จะเนื่องจากอะไรก็ตาม จะเกิดตั้งแต่กำเนิด จะเกิดจากอุบัติเหตุ การชน กระแทก กระชาก การผ่าตัด การทำงานหนักจนทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยของแนวเส้น ฯลฯ   

      ทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากการที่เจ้ากรรมนายเวรของเราที่อยู่ในสภาวะเป็นดวงจิต ขณะที่อยู่ในกายเรา ซึ่งปกติจะออกไปพร้อมกับการไหลเวียนที่เป็นปกติของธาตุลมในกาย เมื่อลมในกายเราขัดไหลเวียนไม่ปกติ จะเนื่องจากกรรมในปัจจุบันคืออุบัติเหตุ หรือจากการที่เจ้ากรรมนายเวรไม่อโหสิกรรมให้เรา ทำให้ธาตุลมในกายขัด จนทำให้ลมในกายไปอั้นอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย หรือของแนวเส้น ทำให้ลมที่ไปคั่งบริเวณนั้นสะสมมวล ความดัน และกด บีบไปยังอวัยวะ หรือแนวเส้นบริเวณนั้น ทำให้เกิดอาการตามแนวเส้น

     ดังนั้นถ้าเราไม่สามารถทำให้ลมที่ขัด ให้ไหลเวียนได้สะดวก การเจ็บไข้ได้ป่วยก็เกิดขึ้น จะมีอาการร้อนผ่าวๆ ปวดแสบปวดร้อน ตัวร้อนลุ่มตลอดเวลา มีอาการง่วง ร่างกายไม่สดชื่น จะมีอาการเลอ ไอ หาว ผายลม

     ทั้งหมดนี้คืออาการที่เกิดจากการขัดของลม ตราบใดที่เรายังไม่สามารถทำให้การขัดของลมนี้หายไปได้ การเจ็บป่วยนี้ก็จะเรื้อรัง ไม่มีวันจบ หรือจะพูดอีกอย่างก็ได้ว่าถ้าเจ้ากรรมนายเวรยังไม่อโหสิกรรม การนวดที่ไม่สามารถทำให้ลมในกายไหลเวียนได้อย่างปกติ ก็ไม่สามารถพาดวงจิตเจ้ากรรมนายเวรออกไปจากกายเราได้ การป่วยไข้ก็ยังจะเรื้อรังต่อไป

     แต่ถ้าเราสามารถทำให้ลมในกายไหลเวียนได้ตามปกติ เจ้ากรรมนายเวรก็ออกจากกายเราได้ การเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะค่อยๆหายไปเอง


วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ทางเดินลม

                                                                  ทางเดินลม
ปัญหาการไม่เคลื่อนตัวของลมในร่างกายของคนเรา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการขัดของลม เป็นต้นทางของปัญหาการเจ็บไข้ได้ป่วยของเรา เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก เราจึงไม่ค่อยจะได้ยิน ได้ฟัง วิธีการนวดที่จะทำให้ลมในร่างกายของเราไหลเวียนได้ดี ไล่ตั้งแต่ลมวิ่งออกปลายเท้า  แล้วต่อไปวิ่งออกที่ปลายมือ จนสุดท้ายไหลต่อเนื่องไปจนวิ่งทะลุออกที่ศีรษะ
       จะมีบางคน ซึ่งผมคิดว่าไม่น้อยนะครับที่เคยเจอปัญหาเกี่ยวกับการขัดของลมนี้ ไล่ตั้งแต่ศีรษะ ลงไปจนถึงปลายเท้า
      ตั้งแต่ปวดมึนศีรษะในวันที่มีอากาศร้อน
      ปวดจี๊ดขึ้นขมับในวันที่ปวดไมเกรน
     อาการภูมิแพ้  ลมออกหู ตาฟ้าฟาง
      เราจะมีอาการเมื่อยหลัง( ใต้แนวสะบัก) ปวดเมื่อยเอวเมื่อเราได้รับการนวดโดยกดน้ำหนักลงมาที่บ่า
       อาการลมแน่นช่องท้อง ทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน
       อาการปวดขัดที่เอว  สะโพก( สลักเพชร)
       อาการแปลบๆที่ตาตุ่มที่เคยข้อเท้าแพลง  ฯลฯ
    อาการขัดของลมนั้นมีทั้ง ปวดตุ๊บๆ ( เหมือนชีพจรเต้นในจุดที่ปวด )

    ปวดแสบปวดร้อน บริเวณกล้ามเนื้อที่เคยโดนกระแทก 
 

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558


จะว่าไปแล้วเรื่องลมขัดเป็นเรื่องปกติของร่างกาย เป็นเรื่องที่คนที่มีอาการอยู่จะเข้าใจ อึดอัดใจ บอกใครก็ไม่ได้ บางคนก็หาว่าเราอุปาทาน  

   ธาตุลมในร่างกายเรานั้นเป็นอะไรที่วิเคราะห์อาการยากเพราะเราไม่มีเครื่องมือทางแพทย์แผนปัจจุบันที่จะใช้ตรวจสอบได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยความเข้าใจ และประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับอาการต่างๆที่เกิดจากลม โดยเปรียบเทียบอุปมาอุปมัยการที่ลมในกายไหลเวียนไม่ดีจนเกิดการขัดของลมแล้วไปกดทับกล้ามเนื้อ อวัยวะ จนทำให้เกิดอาการต่างๆ  หรือการขัดของลมเหมือนการอุดตันของท่อระบายน้ำ

คนที่ป่วยด้วยอาการขัดของลมนั้นจะสัมผัสได้กับอาการต่างๆในแต่ละส่วนของร่างกาย บางคนอาการขัดของลมมีมาตั้งแต่เกิด และคนส่วนมาที่มีอาการขัดของลมนั้นเกิดจากการใช้กำลังของร่างกาย กิจกรรมต่างๆของร่างกาย และที่สำคัญคนที่มีอาการการขัดของลมแบบเรื้อรังส่วนมากเป็นการประสบอุบัติเหตุ กระแทก กระชาก โดนพาด ฯลฯ ที่อวัยวะต่างๆของร่างกาย จะเป็น 10ปี 20ปี 30ปี  หรือกี่ปีก็ตาม เราไม่ได้แก้ไขการขัดของลมในเวลานั้นๆ ทำให้เก็บสั่งสมอาการเอาไว้ภายใน จะหายได้ด้วยการทำให้ลม ให้ไหลเวียนกลับมาเป็นปกติเท่านั้น

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


     ทุกครั้งของอาการที่เกิดจากการขัดของลม ถ้าเราไม่ได้แก้ไขให้เลือด ลม เดินได้สะดวก ก็เหมือนวงปีของต้นไม้ ต้นไม้ในขวบปีแรกวงปีวงแรกก็จะอยู่วงด้านในสุด วงปีต้นไม้มิได้สลัดหรือหลุดลอกออกไป จึงมีการเก็บสะสมวงปีตั้งแต่ปีที่1,2,3 จนถึงวงปีวงนอกสุดคือเนื้อของต้นไม้ในปีปัจจุบัน   ดังนั้นการที่เราจะเข้าถึงวงปีวงแรกสุด เราก็จะต้องค่อยๆลอกเอาวงปีต้นไม้วงนอกสุดออกไปก่อน และค่อยๆลอกออกทีละวงทีละวง จนในที่สุด เราก็สามารถลอกเข้าไปถึงวงในสุดได้

      อาการขัดชองลมก็เหมือนกัน อาการขัดชองลมในร่างกายเกิดจากการที่ระบบไหลเวียนลมในร่างกาย ภายในเส้น ( เส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ) หรือบริเวณต่างๆในร่างกาย บางคนมีอาการของลมขัดเกิดมาตั้งแต่เกิด บางคนเกิดอุบัติเหตุ ร่างกาย อวัยวะโดนกระทบกระแทก มีอาการปวด อาการเมื่อย ไม่ได้รักษาโดยการทำให้ลมในกายเดินสะดวก อาการต่างๆที่ได้รับการรักษา ณ.ขณะเวลานั้น ไม่ว่าจะรักษาแผนปัจจุบัน แผนไทย แผนจีน เช่นการฝังเข็ม อาการขัดของลมก็ยังคงอยู่เพียงแต่อาการปัจจุบันที่เป็นขึ้นมาเท่านั้นที่เห็นว่ารักษาหายแล้ว เช่นอาการขาแพลง รักษาอาการแล้วหายแล้ว เดินได้แล้ว ตาตุ่มไม่บวมแล้ว แต่หลายๆปีผ่านไปบางครั้งเราเดินจะมีอาการเสียวแปลบๆที่ข้อตาตุ่ม นี่แหละคืออาการขัดของลมที่เราไม่ได้แก้

      ดังนั้นการบำบัดอาการที่เกิดจากการขัดของลมจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป อาการใดที่เกิดกับแนวเส้นแนวนั้นที่เกิดก่อนจะได้รับการแก้ไขก่อน เหมือนลอกวงปีต้นไม้ จนในที่สุดเราบำบัดไปจนถึงการขัดของลม ณ.เวลานั้นๆ สุดท้ายอาการที่เป็นเรื้อรังมา ก็จะหายไปเอง