วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เสียงดังที่เข่า

เสียงดังที่เข่า
    การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่      
    ลมไหลเวียนเข้าออกได้ทุกรูขุมขนของร่างกาย
    ลมออกตามข้อกระดูก ลมขัดตามท่อนกระดูก
   ในร่างกายเรา ท่อนกระดูกสองท่อนที่เชื่อมต่อกัน ข้อกระดูก เป็นตัวเชื่อมให้ท่อนกระดูกทั้งสองยึดติดกัน และบริเวณที่เป็นข้อ ตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย เป็นบริเวณที่ลมจะไหลเวียนออกนอกร่างกายได้
    ร่างกายเรา เส้นเลือดทั่วร่างกาย เมื่อผ่านจากท่อนกระดูกหนึ่ง ไปยังอีกท่อนกระดูกหนึ่ง เส้นเลือดที่ไหลผ่านข้อกระดูกนี้ เป็นเส้นเลือดเส้นเดียวกัน
     ดังนั้นถ้าลมในกายไหลเวียนดี ลมสามารถเคลื่อนตัวไปได้ตั้งแต่ ปลายเท้า ลำตัว แขน ศีรษะ
   ถ้าเราเกิดอาการบาดเจ็บบริเวณหน้าขา ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าขาบาดเจ็บ ลมไหลเวียนออกนอกกายได้ไม่ปกติ ลมที่ขัดอยู่บริเวณนั้นก็จะไปกดทับกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ถ้าไปขัดบริเวณเข่าก็ไปกดทับกล้ามเนื้อรอบๆหัวเข่า ทำให้เราปวดหัวเข่า จริงๆแล้วเราไม่ได้ปวดหัวเข่าแต่เราปวดกล้ามเนื้อรอบๆหัวเข่า ถ้าเราทำให้ลมที่ขัดอยู่ตามท่อนกระดูกไหลเวียนออกที่ข้อได้ อาการปวดตามข้อจะหายไปเอง

อาการข้างเคียงที่จะได้รับหลังจากที่เรานวดไล่ให้ลมไหลออกจากท่อนกระดูกคือ เราจะมีเสียงลมออกตามเข่า จึงไม่ใช่อาการเข่าเสื่อม
 

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การนวดที่เรื้อรัง

การนวดที่เรื้อรัง
     การนวดเส้น เป็นการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ดังนั้นการนวดที่ลมยังไม่มีการไหลเวียนออกนอกกาย ตามรูขุมขนต่างๆ จึงเป็นการนวดที่ยังไม่ครบขั้นตอน ก็จะทำให้อาการที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ ที่ได้นวดบำบัดแล้ว ยังไม่ได้ได้รับการบำบัดในเรื่องของลม ทำให้เกิดอาการเจ็บเรื้อรัง จะบำบัดในวิธีใดๆ จะนานแค่ไหน อาการลึกๆของลมที่ยังไม่ไหลเวียนก็จะคงเก็บอยู่ 10ปี 20ปี ฯลฯ อาการที่ปวดเสียวลึกๆก็ยังคงอยู่ เช่นอาการข้อเท้าแพลง เรารักษาหายแล้ว แต่เวลาเดินก็ยังมีอาการเสียวแปลบๆ ลึกๆ ในข้อเท้า
     มีคนป่วยคนหนึ่ง อยู่แถวถนนพุทธมณฑลสาย3 เป็นผู้ป่วยเรื่องเส้น เกิดจากการประสบอุบัติเหตุ รถยนต์ที่ขับไปชนกับรถคันอื่น ศีรษะซีกขวาได้กระแทกกระจกอย่างแรง
     หลังประสบอุบัติเหตุ ก็รักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน จนอาการที่ปวด บวมจากการกระแทกนั้นหายไป
     หลังจากนั้น1-2ปี มีอาการปวดตึงซีกขวา ตั้งแต่ศีรษะ ตึงถึงเบ้าตา กกหู ตลอดลำตัว ลงไปถึงนิ้วเท้าซีกขวามือ อาการที่เป็นในซีกขวาเด่นชัด และเวลาที่อาการกำเริบก็จะเป็นที่ซีกขวา จนรับรู้ได้
     ส่วนซีกซ้าย มีอาการตึงธรรมดา ศีรษะซีกซ้ายเบาโล่งกว่าซีกขวาที่โดนกระแทก
     ใช้เวลาในการบำบัด ในแต่ละครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง ขณะกดนวดไล่ให้ลมไหลออกนอกกายนั้นซีกซ้ายเหมือนปกติที่นวดคือ นวดไปสักพักลมก็จะไหลออกนอกกาย ไปทางเท้า
    ส่วนการนวดไล่ให้ลมไหลออกนอกกายซีกขวา ซีกที่มีอาการปวดตึง  เมื่อกดนวดที่ขาเพื่อที่จะให้ลมไหลออกนอกกาย ไปทางเท้า กลายเป็นว่ามีการกระทุ้ง มีอาการตึงที่บริเวณศีรษะด้านขวาที่เคยโดนชนกระแทก โดยที่ไม่มีลมไหลลงด้านล่างที่ปลายเท้าเลย จนระยะเวลาหนึ่งจึงเริ่มมีลมเริ่มไหลลงผ่านเข่า  จนไปถึงข้อเท้า นิ้วเท้าขวา
     หลังจากนวดครั้งนั้นไปแล้ว ประมาณ 1-2 วัน อาการที่เป็นเรื้อรัง ( เคยเป็นแล้วเราไม่ได้แก้เกี่ยวกับลม )  ก็คลายตัวขึ้นมาอีก ร่างกายซีกซ้ายยังเบาอยู่ แต่ร่างกายซีกขวามีอาการปวดตึงขึ้นมาเหมือนเดิม แต่อาการปวดลึกๆน้อยลงไป
      นวดซ้ำแล้วซ้ำอีก จากนวดอาทิตย์ละครั้ง นานไปกลายเป็น2อาทิตย์นวด1ครั้ง  3อาทิตย์นวด1ครั้ง จนในปัจจุบันอาการที่ปวดมึนศีรษะ ตึงถึงเบ้าตา กกหู ตลอดลำตัว ลงไปถึงนิ้วเท้าซีกขวามือ อาการนี้หายเป็นปกติ คือนวดกดลงบนขา มีลมไหลลงผ่านเข่า  จนไปถึงข้อเท้า นิ้วเท้าขวา
         
    โทรปรึกษาได้นะครับ ธิติ ศุภโชติการกุล ( ผิ่น )
     086-775-7333  /    083-046-7409
Line ID – thiti.d.com

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การแพร่ของลม

  การแพร่ของลม
  จากความหมายของคำว่า นวดเส้นคือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ย่อมหมายถึง การนวดบำบัดอาการเกี่ยวกับเส้น ที่ทำให้เลือดและลม ไหลเวียนได้เป็นปกติ การไหลเวียนเป็นการไหลเวียนลมที่เกิดจากการหายใจเข้า และการหายใจออก ตามรูขุมขนต่างๆทั่วร่างกาย เมื่อรูขุมขนตามร่างกาย บางแห่งมีการปิด ทำให้ลมที่จะแล่นไปออกบริเวณนั้นเกิดการขัด ไหลเวียนออกนอกกายไม่ได้ ทำให้เกิดความดันของลมที่ไปขัดอยู่บริเวณนั้น ไปกดทับกล้ามเนื้อ อวัยวะบริเวณนั้น   
   เปรียบแนวเส้นเหมือนการไหลเวียนน้ำในท่อระบายน้ำ ถ้าท่อระบายน้ำอุดตัน น้ำไหลไม่ได้ น้ำเต็มท่อ ถ้าเราลอกท่อระบายน้ำโดยการทะลวงท่อให้น้ำไหลได้ ผลที่ได้คือน้ำที่ค้างท่อก็จะไหลออกไปได้ แต่ที่มากกว่านั้นคือน้ำที่ท่วมค้างอยู่บนพื้น เหนือท่อระบายน้ำ ก็จะไหลตามลงไปด้วย
     เราจึงรู้สึกว่า หลังจากที่เรานวดไล่ให้ลมไหลออกที่หัวเข่า หรือไล่จนลมไหลออกตรงนิ้วเท้า อาการที่เราตึงปวดบริเวณสะโพก ( สลักเพชร)  เอว หลัง บ่า ของเรา ก็จะทุเลาไปในระดับหนึ่ง ทั้งที่เรายังไม่ได้ไปแตะบริเวณนั้น
    เนื่องจากลมที่ไหลออกที่หัวเข่า ออกตามข้อนิ้วเท้า ทำให้ลมบริเวณนั้นมีความหนาแน่นน้อยลง ความดันของลมบริเวณนั้นลดลงมา  อาการแน่น ปวดของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นก็ลดลงมา ทำให้ขาเรามีความรู้สึกว่าเบาสบายขึ้น
     ส่วนแนวสะโพก ( สลักเพชร)  เอว หลัง บ่า ของเรา ขณะที่เรามีอาการตึง ปวด ลมบริเวณนั้นมีความหนาแน่นมาก ความดันของลมบริเวณนั้นไปกดทับกล้ามเนื้อ
      เมื่อเรานวดไล่ให้ลมที่ขาไหลออกหัวเข่า นิ้วเท้าได้ นั่นย่อมหมายถึงบริเวณนั้นมีความหนาแน่นของลมน้อยลง
      การนวดเส้นคือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ดังนั้นลมจึงแพร่จากที่ๆมีความหนาแน่นมาก ไหลไปยังที่ๆลมมีความหนาแน่นน้อย  คือลมที่อั้นบริเวณด้านบนร่างกาย ก็ไหลลงมาที่แนวขา และไหลออกไปตามข้อเข่า ข้อตาตุ่ม ข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

รูขุมขนตัน

รูขุมขนตัน
   ในเรื่องของลมในร่างกาย เป็นเรื่องที่ต้องจินตนาการ ลมในกายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอาการเจ็บป่วยต่างๆ  หลายๆคนรู้ว่าอาการป่วยที่เกิดกับตัวเรามีเหตุมาจากลม และส่วนมากก็เข้าไปแก้ไขไม่ได้
    จากความหมายของการนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ดังนั้นถ้าการบำบัดอาการต่างๆในร่างกาย ถ้าเราทำให้ลมไหลเวียนได้เป็นปกติไม่ได้ อาการป่วยไข้ก็จะวนเวียนมาหาเราอย่างไม่มีวันจบสิ้น
      ในทางกรรมฐานเรื่องการหายใจ ปกติแล้วเราหายใจเข้าออกได้ทุกรูขุมขนของร่างกาย ดังนั้นสภาวะที่ธาตุลมในกายเราไหลเวียนไม่สะดวก มีการปิดของรูขุมขน ทำให้ลมที่เข้ามาในกายแล้วไม่สามารถไหลออกไปได้ ทำให้ลมไปอั้นอยู่ตามอวัยวะ ช่องท้อง และใต้ชั้นผิวหนัง จึงทำให้มีแรงกด ความดันของลมที่อั้นอยู่บริเวณนั้นๆ ไปกดทับอวัยวะในช่องท้อง กดทับในศีรษะ กดทับแขน กดทับขา  ลมไปอั้นบริเวณหมอนรองกระดูกความดันของลมจึงไปดันให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวออกจากแนวมาทับเส้นประสาทแขน-ขา ทำให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท
       การบำบัดอาการที่เกี่ยวกับลม ก็คือการที่ทำให้การไหลเวียนของลมในกายไหลเวียนได้เป็นปกติ ลมเข้าออกตามรูขุมขนได้เป็นปกติ เหมือนกับการกัวซา การครอบแก้วสุญญากาศ เป็นการเปิดรูขุมขนที่อุดตันลมเดินไม่สะดวกในจุดนั้น บริเวณนั้น  ส่วนการนวดไล่ลมนั้น เป็นการเปิดรูขุมขนตามแนวที่เส้นลากผ่าน ไล่จากจุดเดียวลมสามารถทะลุทะลวง ทำให้ไหลเวียนไปได้ไป ตั้งแต่แนวขา แผ่นหลัง ท่อนแขน และสุดท้ายคือไหลผ่านศีรษะ

   
 

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

ไมเกรน

ไมเกรน
   อาการไมเกรน ก็เป็นอาการหนึ่งที่เกิดจากการที่เลือดและลม ไหลเวียนไม่สะดวก สังเกตไหมว่าเมื่อเรามีอาการปวดศีรษะ ข้างที่มีอาการปวดไมเกรน บริเวณต้นคอจะมีอาการตึงแข็ง ถ้าเราบีบคลายตรงร่องสะบัก แนวบ่า ตรงต้นคอที่ตึงแข็ง กดบริเวณจุดกดใต้ฐานกะโหลก และนวดไล่บริเวณหนังศีรษะ อาการไมเกรนที่เกิดขึ้นก็จะคลายออกไปเอง
     การเกิดอาการไมเกรน ปวดศีรษะ เป็นผลเนื่องจากเลือดลมไหลเวียนไม่ปกติ เมื่อลมไหลเวียนขึ้นข้างบนศีรษะแล้ว ลมจะไปออกตรงประตูลมบริเวณกลางกระหม่อมซึ่งเป็นระยางสุดท้ายที่ลมจะไหลออกจากร่างกาย หลังจากที่ลมไหลเวียนออกที่ปลายเท้า ปลายมือ และสุดท้ายลมจะมาไหลออกที่ศีรษะเป็นจุดสุดท้าย
     ผิวหนังของเรา เป็นเหมือนผิวลูกโป่ง เมื่อร่างกายเรามีปัญหาเกี่ยวกับไหลเวียนของลม รูขุมขนก็จะอุดตัน ลมที่อั้นอยู่ในชั้นกะโหลกศีรษะ เมื่อความเครียดเกิดขึ้น หรือเราไปเจออากาศที่ร้อนๆ ลมที่อยู่ในศีรษะก็จะวิ่งพล่าน แต่ลมในขณะนั้นหารูขุมขนที่จะออกไปนอกกายไม่ได้ ความดันของลมในกะโหลกศีรษะ จึงไปกดทับเนื้อสมอง เส้นเลือดในสมอง
      ลมยิ่งอั้นมากเท่าใด มีอาการไมเกรนบ่อยครั้ง อันตรายของสมองที่เกิดจากการกดทับของลมก็จะมีมากขึ้น ต่อไปก็จะเกิดอาการข้างเคียงขึ้นมา คือความดันโลหิตสูง ตามองเห็นไม่ชัด ลมออกหู ไอจาม แพ้อากาศ 
      การรักษาโดยการทานยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ก็เป็นเพียงแค่กดอาการปวดของร่างกายไว้ หากอาการเรื้อรัง อาจทำให้เส้นเลือดสมองตีบ หรือแตก  ทำให้เป็นอัมพฤกได้


วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แนวบ่า แนวร่องสะบัก

แนวบ่า แนวร่องสะบัก
     บริเวณแนวบ่า แนวร่องสะบัก คือแนวเส้น เป็นทางเดินของลม และเป็นบริเวณที่กักเก็บอาการของแนวที่เกี่ยวเนื่องกันคือ คอ บ่า ไหล่ สะบัก แขน แนวหลังใต้แนวสะบัก แนวหลังติดกระดูกสันหลัง เป็นจุดรวมอาการทางด้านบนของร่างกาย
    ถ้าแนวบ่า แนวร่องสะบักยังไม่ได้แก้ไข แม้เราจะบำบัดอาการต่างๆที่เกิดกับอวัยวะทางด้านบนของร่างกาย คือศีรษะ ต้นคอ ไหล่ แขน อาการที่อวัยวะนั้นๆก็จะทุเลาชั่วคราว เพราะอาการขัดบริเวณร่องสะบัก เป็นจุดรวมของอาการเส้นตึง เมื่อด้านบนลมยังไหลเวียนไม่สะดวก จะถ่ายเทมาทางด้านล่างของลำตัวผ่านสะบัก ผ่านแนวหลังใต้แนวสะบัก ผ่านลงมาถึงเอว ลมวิ่งตัดขวางเข้าแนวหมอนรองกระดูกบริเวณเอว ผ่านลงข้อสะโพก   ผ่านไปแนวขาท่อนบน แนวขาท่อนล่าง ( ข้างขาด้านใน ข้างติดตาตุ่มใน ) ผ่านไปถึงใต้ฝ่าเท้า ร่องนิ้วโป้งเท้า
   อาการที่เกิดจากลมขัดบริเวณรอบๆศีรษะ  ไมเกรน นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ น้ำในหูไม่เท่ากัน ลมออกหู ตามองไม่ชัด ไอจามแพ้อากาศ 
   อาการที่มีอยู่ที่ศีรษะ ทางด้านหนึ่ง ลมก็พยายามดันออกทางศีรษะ ส่วนอีกด้านหนึ่งลมจะไหลมากองที่บ่า สะบัก
   อาการที่เกิดจากลมขัดบริเวณแขน อาการยกแขนไม่ขึ้น แขนชา แขนบวม ปวดแขน ปวดข้อมือ ปวดอุ้งมือ มือชา นิ้วล็อก ชาบริเวณปลายนิ้วมือ อาการมืออ้อมไปข้างหลังไม่ได้ สะบักจม หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทแขน
    อาการที่มีอยู่ที่แขน ทางด้านหนึ่ง ลมก็พยายามดันออกที่ปลายแขน ส่วนอีกทางหนึ่งลมจะไหลมากองที่บ่า สะบัก   

ดังนั้นในการนวดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นที่ด้านบน ถ้าเราทำให้ แนวบ่า แนวร่องสะบักกับกระดูกสันหลัง ได้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อ และทำให้แนวร่องนี้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น  บางครั้งแค่เรานวดบำบัดแนวร่องสะบักนี้  อาการปวดด้านบนก็ทุเลาลงแล้ว




วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ปวดตุบตุบบริเวณกล้ามเนื้อ

คุณเคยไหม
 มีอาการปวดตุบๆบริเวณกล้ามเนื้อหรืออวัยวะที่เกิดจากอุบัติเหตุ จากการโดนกระแทก โดนชน โดนฟาด  ซึ่งการที่ร่างกายเราเกิดการกระทบนี้ ทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ และทำให้เลือดลมที่ปกติไหลเวียนออกนอกกายได้ เกิดอาการขัดขึ้นมา
   การหายใจทางจมูกนั้น ที่จริงแล้วก็เป็นทางเข้า-ออกของลมในกายเราทางหนึ่ง เป็นทางที่ลมหรืออากาศจะไหลผ่านมาทางจมูก ผ่านหลอดลม เข้ามาที่ปอดโดยตรง ปอดก็จะแยกเอาก๊าซอ็อกซิเจนไปใช้งาน ไปฟอกเลือดเสียให้เป็นเลือดดี หลังจากนั้นปอดก็จะคลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา เป็นลมหายใจออก
    ปกติแล้วในร่างกายคนเรา ลมในกายเราสามารถไหลเวียน เข้าและออก ได้ทุกรูขุมขน ตามข้อต่างๆ ของร่างกาย  เมื่อร่างกายเราถูกกระทบ ไม่ว่าจะโดนตี โดนรถชน หกล้มมือไปยันพื้น ก้นกระแทก
    ทุกๆการกระทบ กล้ามเนื้อจะบาดเจ็บ ตึง บวมขึ้นมา ทำให้ลม ซึ่งปกติแล้วจะไหลเวียนเข้าออกได้ทุกๆรูขุมขน เมื่อเกิดการกดทับจากกล้ามเนื้อ ปิดรูขุมขนบริเวณนั้น ทำให้เรารู้สึกว่าบริเวณที่บาดเจ็บ จะมีอาการปวดตุบตุบ ทรมาน
     อาการที่ว่านี้ก็คือ การไหลเวียนของลมบริเวณที่กล้ามเนื้อเราบาดเจ็บ ลมขัด ไหลเวียนต่อไปไม่ได้ ทำให้ลมไปอั้นอยู่บริเวณนั้น แล้วไปกดทับกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ทำให้เรามีอาการปวดตุบตุบ อาการนี้จะค่อยๆหายไป เมื่อลมที่ขัดอยู่บริเวณนั้นได้แผ่ออกไปบริเวณอื่น ในร่างกาย เป็นเพียงแค่ลมเปลี่ยนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ลมที่ว่านี้ยังไม่สามารถไหลออกไปนอกกายได้ ( เปรียบเปรยก็คือ ลมชุดนี้เข้ามาในกายแล้ว แต่ลมชุดนี้ไม่สามารถไหลออกนอกกายได้ ยังคงวิ่งพล่าน วนอยู่ในกาย รอโอกาสที่จะได้ไหลออกนอกกาย )
ยกตัวอย่าง เหมือนกับนกบินเข้ามาในห้อง ที่หน้าต่างเป็นกระจกใสทุกบาน มีหน้าต่างหนึ่งบานที่ไม่ได้ใส่กระจก เราเคยเห็นว่านกบินชนกระจกหลายครั้ง เพื่อที่จะออกไปนอกห้อง แต่ก็ยังออกไปไม่ได้ ล่วงหล่นลงมาที่พื้นห้อง ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเมื่อนกตัวนั้นเปลี่ยนทิศทาง บินไปยังช่องหน้าต่างที่ไม่ได้ใส่บานกระจก นกก็บินออกไปได้ในครั้งเดียว
      สื่อให้เห็นว่า การที่ลมเกิดอาการขัดขึ้นมา ลมไหลเวียนไม่เป็นปกติ เนื่องจากการที่รูขุมขน อุดตัน จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ลมที่จะต้องออกจากกายตามรูขุมขน เมื่อออกไม่ได้ ก็เหมือนกับนกที่บินชนกระจกและทุกๆครั้งก็จะล่วงลงพื้น ( จึงมีอาการปวดตุบตุบ ) และเมื่อเราทำให้ลม เคลื่อนไหลออกนอกกาย ตามรูขุมขน ตามข้อต่างๆได้ อาการปวดตุบตุบนี้ก็จะหายไปเอง