นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
หลายๆคนที่เคยติดตามผมในหลายปีที่ผ่านมา คงเห็นว่าสิ่งที่ผมกล่าวถึงนั้น จะวนเวียนอยู่กับการอธิบายความเกี่ยวกับการนวดเส้นว่า การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่
การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ นั่นแสดงให้เห็นถึงทางกายภาพของการไหลเวียนภายในเส้นเลือด ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดแดง หรือเส้นเลือดดำ เส้นเลือดใหญ่ หรือเส้นเลือดฝอย ( ธาตุดิน ) ในเส้นเลือดนั้นเป็นแนวที่ธาตุน้ำคือเลือดแดง เลือดดำ เกิดการไหลเวียนกระจายไปตามแนวเส้น ไปทั่วร่างกาย ทุกอณูทุกขุมขน ที่เส้นเลือดไปถึง
ในเส้นเลือดนั้นเป็นแนวที่ธาตุลม เกิดการเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ไปทั่วร่างกาย ทุกอณูทุกขุมขน ที่เส้นเลือด ( แนวเส้น ) ไปถึง
ดังนั้น เมื่อร่างกายเราประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ มีธาตุดิน-ธาตุน้ำ-ธาตุลม-ธาตุไฟ แล้วในแนวเส้นก็มีทั้งเลือดและลมแล่นอยู่ การบำบัดอาการในร่างกายเรา เราจึงต้องบำบัดให้ธาตุทั้งสี่เกิดความสมดุลในตัวเองด้วย ถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งเกิดความไม่สมดุล ก็จะส่งผลกระทบไปยังธาตุอื่นๆด้วย
การที่ผมเน้นเรื่องการไหลเวียนของลม ว่าเมื่อเรากดนวดจะต้องทำให้ลมไหลเวียนออกนอกกาย เป็นความสมดุลของลมเข้า และลมที่ไหลออกนอกร่างกาย
การกดนวดไล่ลม ในมุมของผม ไม่ใช่กดนวดแล้วลมยังคงไหลเวียนเปลี่ยนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ยังคงเวียนวนอยู่ในร่างกายเรา
ในความหมายของนวดไล่ลม – คลายพลังงาน เมื่อเรากดนวดไล่ลม ทำให้ลมเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น แล้วเคลื่อนออกนอกร่างกายเรา ออกตามข้อกระดูก ตามทวาร และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ที่แนวเส้นลากผ่าน แล้วเมื่อลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ ลม ( พลังงาน ) ก็จะเหนี่ยวนำ นำพา พลังงานที่สั่งสมอยู่ภายในร่างกาย ให้เคลื่อนไหล เคลื่อนออกไปนอกร่างกายพร้อมกับธาตุลมที่เคลื่อนออกไป พลังงานที่เคลื่อนไหลออกไปกับลม เป็นพลังงานที่เข้ามาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เราวัยเด็ก จนถึงปัจจุบัน เช่น
เคยกระโดดจากที่สูงแล้วปวดหลัง ปวดเอว
เครียด ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งวัน นอนไม่หลับ อาการออฟฟิตซินโดรม
ใช้มือ ใช้นิ้วทำงานมาก ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อด ปวดข้อมือ
ยกของหนัก ทำให้เกิดอาการปวดหลัง-ปวดเอว อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทขา
ยืนมาก เดินมาก กระโดดจากที่สูงบ่อยๆ ล้มก้นกระแทก ทำให้ปวดหลัง ปวดเอว
ขาพลิก ขาแพลง เรื้อรัง มีอาการปวดแปลบๆอยู่ที่ตาตุ่ม
เกิดอุบัติเหตุ รถชน ตกจากที่สูง
ฯลฯ
อาการต่างๆนี้ เป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการที่พลังงานจากภายนอก กระทบเข้ามาในร่างกายเรา โดยธาตุลมในร่างกายเราเป็นแค่ตัวพาให้พลังงานนั้นๆเคลื่อนไหลเข้ามาในร่างกาย พลังงานนี้จะสั่งสมอยู่ในแนวเส้น และเมื่อเข้ามาแล้วเราไม่ได้นำพาพลังงานนี้ให้เคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไป พลังงานนี้ก็จะสั่งสมอยู่ตามแนวเส้น ตามช่องว่างต่างๆในร่างกาย ทุกอณูในร่างกาย
การนวดไล่ลม-คลายพลังงาน จึงเป็นการนวดเพื่อนำพาพลังงานที่กระทบ เข้ามาในร่างกาย ให้พลังงานนั้นๆเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไป ตัวพลังงานที่เข้ามานี้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราป่วยเรื้อรัง รักษาอย่างไรก็ไม่หาย
บำบัดอย่างไร หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทขา
23 เมษายน 2562
ธิติ ศุภโชติการกุล นวดไล่ลม แก้อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทโดยไม่ต้องผ่าตัด 086-775-7333 , 083-046-7409 , 02-426-0561
วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562
วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน ( ตอนที่ 2 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน ( ตอนที่ 2 )
ป่วยอย่างไร ป่วยที่เกิดจาก อาการขัดของลมและพลังงาน
เคยไหมว่า ทำไมเรามีอาการตัวร้อนๆ ร้อนอยู่ภายในร่างกาย อาการร้อนนั้น อาจจะเป็นอาการร้อนวูบๆวาบๆ ร้อนเป็นที่ๆ อาการปวดแสบปวดร้อน
แต่อาการร้อนนั้น เมื่อใช้ปรอทวัดไข้ตรวจวัดไข้ดูแล้ว ปรากฎว่าไม่มีไข้ อุณหภูมิร่างกายเราปกติ
กินสมุนไพรฤทธิ์เย็นเช่นฟ้าทลายโจร น้ำใบย่านาง อาการร้อนข้างในนั้นก็ไม่คลาย ไม่ลดลง
ที่ผมเกริ่นขึ้นมานี้เพื่อให้เห็น ให้เป็นข้อสังเกตุถึงอาการที่ลมและพลังงาน เกิดการไม่ไหลเวียนออกนอกร่างกาย จะทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เกิดความร้อนขึ้นมาภายในร่างกาย
ลองนึดดูว่า เวลาที่เราป่วยไข้ กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกหัก ( ธาตุดิน ) อาการติดเชื้อในกระแสเลือด ( ธาตุน้ำ ) เวลาเราตรวจวัดด้วยปรอทวัดไข้ เราจะได้ผลออกมาคือ เรามีไข้ มีอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติ
แต่ในหลายๆครั้งที่เรารู้สึกตัวว่ามีอาการร้อนอยู่ภายใน และเมื่อเราตรวจวัดไข้ด้วยปรอทวัดไข้ ปรากฎว่าหลายๆครั้งผลที่ออกมาคือ ไม่มีไข้ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้
ร่างกายเราประกอบด้วยธาตุดินน้ำลมไฟ ธาตุทั้งสี่ต้องมีความสมดุลกัน ถ้าหากเกิดความไม่สมดุลเกิดขึ้นก็จะทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วยขึ้นมาได้
ธาตุลมในร่างกาย กระจายอยู่ทุกอณูของร่างกาย ลมเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น (เส้นเลือด) ลมเป็นเพียงผู้ที่จะนำพลังงานให้เข้า และพาพลังงานต่างๆที่เคยเข้ามาให้ออกนอกร่างกาย
เมื่อธาตุลมในร่างกายขัด ลมในร่างกายไม่สามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามข้อ ตามทวารต่างๆ และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ก็จะทำให้พลังงานที่แทรกซึมเข้ามาแล้ว คลายออกไปไม่ได้ เช่นกัน พลังงานจะถูกสั่งสมอยู่ในร่างกายเรา เมื่อพลังงานสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เราจึงรู้สึกตัวว่า มีอาการร้อนอยู่ภายใน
อาการที่ธาตุไฟกำเริบมาจากการขัดของธาตุลม จึงทำให้เราไม่สามารถวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วยปรอทวัดไข้ ที่เป็นธาตุดินได้ ผลที่ได้ก็คือ ไม่มีไข้
เมื่อเรากดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน ทำให้ลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ อาการร้อนนี้ หรือพลังงานที่สั่งสมอยู่นี้ ก็จะค่อยๆคลายลงไปเอง แล้วอาการตัวร้อนนั้น ก็จะดับลงไปในเวลานั้นเลย
20 เมษายน 2562
ป่วยอย่างไร ป่วยที่เกิดจาก อาการขัดของลมและพลังงาน
เคยไหมว่า ทำไมเรามีอาการตัวร้อนๆ ร้อนอยู่ภายในร่างกาย อาการร้อนนั้น อาจจะเป็นอาการร้อนวูบๆวาบๆ ร้อนเป็นที่ๆ อาการปวดแสบปวดร้อน
แต่อาการร้อนนั้น เมื่อใช้ปรอทวัดไข้ตรวจวัดไข้ดูแล้ว ปรากฎว่าไม่มีไข้ อุณหภูมิร่างกายเราปกติ
กินสมุนไพรฤทธิ์เย็นเช่นฟ้าทลายโจร น้ำใบย่านาง อาการร้อนข้างในนั้นก็ไม่คลาย ไม่ลดลง
ที่ผมเกริ่นขึ้นมานี้เพื่อให้เห็น ให้เป็นข้อสังเกตุถึงอาการที่ลมและพลังงาน เกิดการไม่ไหลเวียนออกนอกร่างกาย จะทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เกิดความร้อนขึ้นมาภายในร่างกาย
ลองนึดดูว่า เวลาที่เราป่วยไข้ กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกหัก ( ธาตุดิน ) อาการติดเชื้อในกระแสเลือด ( ธาตุน้ำ ) เวลาเราตรวจวัดด้วยปรอทวัดไข้ เราจะได้ผลออกมาคือ เรามีไข้ มีอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติ
แต่ในหลายๆครั้งที่เรารู้สึกตัวว่ามีอาการร้อนอยู่ภายใน และเมื่อเราตรวจวัดไข้ด้วยปรอทวัดไข้ ปรากฎว่าหลายๆครั้งผลที่ออกมาคือ ไม่มีไข้ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้
ร่างกายเราประกอบด้วยธาตุดินน้ำลมไฟ ธาตุทั้งสี่ต้องมีความสมดุลกัน ถ้าหากเกิดความไม่สมดุลเกิดขึ้นก็จะทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วยขึ้นมาได้
ธาตุลมในร่างกาย กระจายอยู่ทุกอณูของร่างกาย ลมเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น (เส้นเลือด) ลมเป็นเพียงผู้ที่จะนำพลังงานให้เข้า และพาพลังงานต่างๆที่เคยเข้ามาให้ออกนอกร่างกาย
เมื่อธาตุลมในร่างกายขัด ลมในร่างกายไม่สามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามข้อ ตามทวารต่างๆ และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ก็จะทำให้พลังงานที่แทรกซึมเข้ามาแล้ว คลายออกไปไม่ได้ เช่นกัน พลังงานจะถูกสั่งสมอยู่ในร่างกายเรา เมื่อพลังงานสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เราจึงรู้สึกตัวว่า มีอาการร้อนอยู่ภายใน
อาการที่ธาตุไฟกำเริบมาจากการขัดของธาตุลม จึงทำให้เราไม่สามารถวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วยปรอทวัดไข้ ที่เป็นธาตุดินได้ ผลที่ได้ก็คือ ไม่มีไข้
เมื่อเรากดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน ทำให้ลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ อาการร้อนนี้ หรือพลังงานที่สั่งสมอยู่นี้ ก็จะค่อยๆคลายลงไปเอง แล้วอาการตัวร้อนนั้น ก็จะดับลงไปในเวลานั้นเลย
20 เมษายน 2562
วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร ( ตอนที่ 1 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
( ตอนที่ 1 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของการนวดแผนไทย เป็นการนวดปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ในร่างกายเรา ธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ โดยจะเน้นการปรับสมดุลธาตุลมเป็นหลัก การกดนวดไล่ลม เป็นวิธีการกดนวดที่ไม่มีในตำรา เป็นภาคปฏิบัติในการกดนวดที่จะทำให้ลมเคลื่อนไหลออกจากร่างกาย เป็นการเติมเต็ม ช่วยเสริมการบำบัดในวิธีการต่างๆ โดยเข้าไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับลมและพลังงานที่ขัดในเส้น เป็นการกดนวดที่เป็นรูปธรรม เมื่อลมไหลเวียนออกนอกร่างกายได้เป็นปกติ พลังงานที่เคยซึมซับเข้ามา และเก็บสั่งสมอยู่ในแนวเส้น ตามท่อนกระดูก ในช่องท้อง กระโหลกศีรษะ ในร่างกายภายใต้ผิวหนังของเรา พลังงานที่ซึมซับเข้ามาก็จะเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไปได้ อาการป่วยเรื้อรังก็จะทุเลา และหายได้ในที่สุด
การกดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นการกดนวดที่จุดๆเดียว เรากดนวดโดยใช้อุ้งมือ เข่า หรือเท้า กดลงบริเวณขาท่อนบน เมื่อเรายกอุ้งมือ ยกเข่า หรือยกเท้าขึ้นมาจากจุดที่กด ลมในแนวเส้นจะไหลเวียนออกนอกกาย เริ่มตั้งแต่ออกข้อเข่า ข้อเท้า ข้อกระดูกเท้า แล้วลมจะวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้า
เมื่อลมวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้าแล้ว ในขณะเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้นด้านบนร่างกาย จะค่อยๆวิ่งผ่านข้อกระดูกบริเวณสะโพก ก้นกบ แนวกระดูกสันหลัง วิ่งผ่านไปออกแนวบ่า ข้อสะบัก แขน แนวข้อศอก ข้อมือ ข้อกระดูกมือ ข้อกระดูกนิ้วมือ วิ่งร้อนออกสุดปลายมือ
เมื่อลมวิ่งร้อนออกปลายเท้า วิ่งร้อนออกปลายมือแล้ว ในเวลาเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลผ่านไปกระดูกคอ ไปออกตามทวาร ปาก หู ตา จมูก วิ่งร้อนผ่านไปตามแนวเส้นในช่องกระโหลกศีรษะ จนสุดท้ายวิ่งร้อนผ่านทะลุออกนอกศีรษะ
เรากดที่ขาท่อนบนแค่จุดเดียว สามารถทะลุทะลวงลมตามแนวเส้น ให้เคลื่อนไหลไปออกที่ขา ปลายเท้า แล้วเคลื่อนไหลไปด้านบน ไปออกที่แขน ปลายมือ และเคลื่อนไหลขึ้นไปออกด้านบนศีรษะในที่สุด ทำให้การไหลเวียนของลมในแนวเส้น ตลอดซีกร่างกายที่เรากดนวด รูขุมขนกลับมาเปิดเป็นปกติ
สังเกตอย่างไร อาการที่เกิดจากการขัดของลม-พลังงาน
13 มีนาคม 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
( ตอนที่ 1 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของการนวดแผนไทย เป็นการนวดปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ในร่างกายเรา ธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ โดยจะเน้นการปรับสมดุลธาตุลมเป็นหลัก การกดนวดไล่ลม เป็นวิธีการกดนวดที่ไม่มีในตำรา เป็นภาคปฏิบัติในการกดนวดที่จะทำให้ลมเคลื่อนไหลออกจากร่างกาย เป็นการเติมเต็ม ช่วยเสริมการบำบัดในวิธีการต่างๆ โดยเข้าไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับลมและพลังงานที่ขัดในเส้น เป็นการกดนวดที่เป็นรูปธรรม เมื่อลมไหลเวียนออกนอกร่างกายได้เป็นปกติ พลังงานที่เคยซึมซับเข้ามา และเก็บสั่งสมอยู่ในแนวเส้น ตามท่อนกระดูก ในช่องท้อง กระโหลกศีรษะ ในร่างกายภายใต้ผิวหนังของเรา พลังงานที่ซึมซับเข้ามาก็จะเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไปได้ อาการป่วยเรื้อรังก็จะทุเลา และหายได้ในที่สุด
การกดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นการกดนวดที่จุดๆเดียว เรากดนวดโดยใช้อุ้งมือ เข่า หรือเท้า กดลงบริเวณขาท่อนบน เมื่อเรายกอุ้งมือ ยกเข่า หรือยกเท้าขึ้นมาจากจุดที่กด ลมในแนวเส้นจะไหลเวียนออกนอกกาย เริ่มตั้งแต่ออกข้อเข่า ข้อเท้า ข้อกระดูกเท้า แล้วลมจะวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้า
เมื่อลมวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้าแล้ว ในขณะเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้นด้านบนร่างกาย จะค่อยๆวิ่งผ่านข้อกระดูกบริเวณสะโพก ก้นกบ แนวกระดูกสันหลัง วิ่งผ่านไปออกแนวบ่า ข้อสะบัก แขน แนวข้อศอก ข้อมือ ข้อกระดูกมือ ข้อกระดูกนิ้วมือ วิ่งร้อนออกสุดปลายมือ
เมื่อลมวิ่งร้อนออกปลายเท้า วิ่งร้อนออกปลายมือแล้ว ในเวลาเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลผ่านไปกระดูกคอ ไปออกตามทวาร ปาก หู ตา จมูก วิ่งร้อนผ่านไปตามแนวเส้นในช่องกระโหลกศีรษะ จนสุดท้ายวิ่งร้อนผ่านทะลุออกนอกศีรษะ
เรากดที่ขาท่อนบนแค่จุดเดียว สามารถทะลุทะลวงลมตามแนวเส้น ให้เคลื่อนไหลไปออกที่ขา ปลายเท้า แล้วเคลื่อนไหลไปด้านบน ไปออกที่แขน ปลายมือ และเคลื่อนไหลขึ้นไปออกด้านบนศีรษะในที่สุด ทำให้การไหลเวียนของลมในแนวเส้น ตลอดซีกร่างกายที่เรากดนวด รูขุมขนกลับมาเปิดเป็นปกติ
สังเกตอย่างไร อาการที่เกิดจากการขัดของลม-พลังงาน
13 มีนาคม 2562
วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน (นวดเส้น)
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
การนวดเส้น
กว่า13ปี 8เดือน ที่คลุกคลีในอาชีพหมอนวด โดยเน้นนวดบำบัดอาการที่เกิดจากการขัดของลมเป็นหลัก เริ่มต้นจากความรู้เกี่ยวกับการนวด เป็นการนวดแนวเส้น กึ่งราชสำนัก ที่ได้ร่ำเรียนมาจากศูนย์ฝึกวิชาชีพกรุงเทพมหานคร( วัดวรจรรยาวาส )
ศาสตร์การนวดแผนไทย โดยเฉพาะการนวดบำบัดอาการ เป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน เราจะเคยได้ยินว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราเป็นโรคเวรโรคกรรม บางคนเจ็บป่วยมาเป็นสิบๆปี ตะเวนไปรักษาตัว จะไกลแค่ไหนถ้ารู้ก็จะหาทาง หาวิธีที่จะไปรักษา ไม่มีเงินก็ต้องไปหาเงิน ไม่มีเวลาก็จะหาเวลา เพื่อที่ได้ไปรักษา แต่ก็ใช่ว่าจะรักษาให้หายได้ สุดท้ายก็ยังเจ็บป่วยในอาการเดิมต่อเนื่องไปอีก
บางคนเจ็บป่วยมานานหลายๆปี พอถึงเวลา ก็มีเหตุทำให้รู้ว่าจะต้องรักษาด้วยวิธีนั้น วิธีนี้ หรือเห็นคนอื่นรักษาอยู่ บังเอิญตัวเราเองไปที่นั่นด้วย แล้วเกิดอยากจะนวดจะรักษาขึ้นมา เมื่อบำบัดอาการไปแล้ว อาการที่เรื้อรังมา ก็ทุเลา และหายได้ในที่สุด
ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ การเจ็บป่วยของคนเรา ในบางครั้งอาการลมขัด และอาการปวดข้างในแนวเส้นลึกๆ เมื่อเราขอขมากรรม และทำสมาธิแผ่บุญกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังเบียดเบียนเราอยู่ ปรากฎว่าอาการปวดลึกๆในแนวเส้นจะหายไป อาการบาดเจ็บที่เคยรักษาไม่ได้ ก็จะรักษาได้
ร่างกายคนเราประกอบด้วยธาตุสี่ คือดินน้ำลมไฟ ส่วนมากแล้วที่เราบำบัดรักษาอาการไม่หาย เรื้อรังมาเป็นเวลาสิบๆปี ก็เนื่องมาจากการที่เรารู้จักลมในกายเราตามตำราที่เคยเรียนรู้มา แต่ในขณะที่เราบำบัดอาการนั้นเราไม่สามารถสัมผัส ไม่สามารถแตะต้องธาตุลมในกายคนไข้ได้ เราเพียงแต่รู้และเข้าใจว่าลมชื่อนี้..... ทำให้อาการของโรคลมนี้... กำเริบขึ้น จึงทำให้การบำบัดอาการเกี่ยวกับลมในร่างกายเป็นเรื่องที่ยาก จับต้นชนปลายไม่ถูก
เรื่องของธาตุลมในร่างกายเรา เกี่ยวเนื่องกับหลายๆสิ่งที่เราสัมผัสไม่ได้ แต่เราพอจะเข้าใจได้ เพราะจริงๆแล้วเป็นสภาวะที่เราสามารถอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็คือเรื่องของพลังงานที่ซึมซับ สะเทือนเข้ามาในร่างกาย พลังงานที่เข้ามานี้เก็บสั่งสมอยู่ภายในร่างกายเรา
และยังมีพลังงานอีกประเภทหนึ่งที่อยู่ในกายเรา คือดวงจิตที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ที่เราเคยได้ยินว่าทำไมเวลาที่เราไปถือศีล ปฏิบัติธรรมก็ช่วยรักษาอาการป่วยได้
การที่เราจะบำบัดอาการของผู้ป่วยให้หายได้ เป็นการเข้าไปตัดกรรม ที่เจ้ากรรมนายเวรกำลังเบียดเบียนผู้ป่วยอยู่ ผู้ที่จะเป็นผู้บำบัดจึงต้องมีจิตที่เมตตา เป็นเป็นผู้ที่ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม เท่าที่เราจะปฏิบัติได้ และยังต้องน้อมนำอานุภาพคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระอริยสงฆ์ เป็นสรณะอันสูงสุด
และน้อมนำอานุภาพครูบาอาจารย์ทางการแพทย์แผนไทย องค์ปู่ชีวกโกมารภัจจ์ องค์ปู่ฤษีต่างๆ รวมทั้งครูบาอาจารย์ทางการแพทย์ทุกสาขาอาชีพ เป็นพลัง เป็นปัญญาที่จะบำบัดอาการผู้ป่วย
และสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่คนเราเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำให้เราสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง เกิดทุพลภาพ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ก็เพราะเจ้ากรรมนายเวรเบียดเบียนเราอยู่ เราจึงควรจะกล่าวบทขอขมากรรมบ่อยๆ เพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรคลายความอาฆาตแค้นลงมา
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
06 มีนาคม 2562
การนวดเส้น
กว่า13ปี 8เดือน ที่คลุกคลีในอาชีพหมอนวด โดยเน้นนวดบำบัดอาการที่เกิดจากการขัดของลมเป็นหลัก เริ่มต้นจากความรู้เกี่ยวกับการนวด เป็นการนวดแนวเส้น กึ่งราชสำนัก ที่ได้ร่ำเรียนมาจากศูนย์ฝึกวิชาชีพกรุงเทพมหานคร( วัดวรจรรยาวาส )
ศาสตร์การนวดแผนไทย โดยเฉพาะการนวดบำบัดอาการ เป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน เราจะเคยได้ยินว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราเป็นโรคเวรโรคกรรม บางคนเจ็บป่วยมาเป็นสิบๆปี ตะเวนไปรักษาตัว จะไกลแค่ไหนถ้ารู้ก็จะหาทาง หาวิธีที่จะไปรักษา ไม่มีเงินก็ต้องไปหาเงิน ไม่มีเวลาก็จะหาเวลา เพื่อที่ได้ไปรักษา แต่ก็ใช่ว่าจะรักษาให้หายได้ สุดท้ายก็ยังเจ็บป่วยในอาการเดิมต่อเนื่องไปอีก
บางคนเจ็บป่วยมานานหลายๆปี พอถึงเวลา ก็มีเหตุทำให้รู้ว่าจะต้องรักษาด้วยวิธีนั้น วิธีนี้ หรือเห็นคนอื่นรักษาอยู่ บังเอิญตัวเราเองไปที่นั่นด้วย แล้วเกิดอยากจะนวดจะรักษาขึ้นมา เมื่อบำบัดอาการไปแล้ว อาการที่เรื้อรังมา ก็ทุเลา และหายได้ในที่สุด
ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ การเจ็บป่วยของคนเรา ในบางครั้งอาการลมขัด และอาการปวดข้างในแนวเส้นลึกๆ เมื่อเราขอขมากรรม และทำสมาธิแผ่บุญกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังเบียดเบียนเราอยู่ ปรากฎว่าอาการปวดลึกๆในแนวเส้นจะหายไป อาการบาดเจ็บที่เคยรักษาไม่ได้ ก็จะรักษาได้
ร่างกายคนเราประกอบด้วยธาตุสี่ คือดินน้ำลมไฟ ส่วนมากแล้วที่เราบำบัดรักษาอาการไม่หาย เรื้อรังมาเป็นเวลาสิบๆปี ก็เนื่องมาจากการที่เรารู้จักลมในกายเราตามตำราที่เคยเรียนรู้มา แต่ในขณะที่เราบำบัดอาการนั้นเราไม่สามารถสัมผัส ไม่สามารถแตะต้องธาตุลมในกายคนไข้ได้ เราเพียงแต่รู้และเข้าใจว่าลมชื่อนี้..... ทำให้อาการของโรคลมนี้... กำเริบขึ้น จึงทำให้การบำบัดอาการเกี่ยวกับลมในร่างกายเป็นเรื่องที่ยาก จับต้นชนปลายไม่ถูก
เรื่องของธาตุลมในร่างกายเรา เกี่ยวเนื่องกับหลายๆสิ่งที่เราสัมผัสไม่ได้ แต่เราพอจะเข้าใจได้ เพราะจริงๆแล้วเป็นสภาวะที่เราสามารถอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็คือเรื่องของพลังงานที่ซึมซับ สะเทือนเข้ามาในร่างกาย พลังงานที่เข้ามานี้เก็บสั่งสมอยู่ภายในร่างกายเรา
และยังมีพลังงานอีกประเภทหนึ่งที่อยู่ในกายเรา คือดวงจิตที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ที่เราเคยได้ยินว่าทำไมเวลาที่เราไปถือศีล ปฏิบัติธรรมก็ช่วยรักษาอาการป่วยได้
การที่เราจะบำบัดอาการของผู้ป่วยให้หายได้ เป็นการเข้าไปตัดกรรม ที่เจ้ากรรมนายเวรกำลังเบียดเบียนผู้ป่วยอยู่ ผู้ที่จะเป็นผู้บำบัดจึงต้องมีจิตที่เมตตา เป็นเป็นผู้ที่ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม เท่าที่เราจะปฏิบัติได้ และยังต้องน้อมนำอานุภาพคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระอริยสงฆ์ เป็นสรณะอันสูงสุด
และน้อมนำอานุภาพครูบาอาจารย์ทางการแพทย์แผนไทย องค์ปู่ชีวกโกมารภัจจ์ องค์ปู่ฤษีต่างๆ รวมทั้งครูบาอาจารย์ทางการแพทย์ทุกสาขาอาชีพ เป็นพลัง เป็นปัญญาที่จะบำบัดอาการผู้ป่วย
และสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่คนเราเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำให้เราสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง เกิดทุพลภาพ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ก็เพราะเจ้ากรรมนายเวรเบียดเบียนเราอยู่ เราจึงควรจะกล่าวบทขอขมากรรมบ่อยๆ เพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรคลายความอาฆาตแค้นลงมา
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
06 มีนาคม 2562
วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561
นวดไล่ลม คลายพลังงาน ( ตอนที่ 10.2 )
นวดไล่ลม คลายพลังงาน ( ตอนที่ 10.2 )
ลมไม่เคลื่อนออก พลังงานอื่นๆก็ออกไม่ได้
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง การที่เราจะแก้ปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่ง เราต้องรู้ถึงสาเหตุแห่งปัญหา และปัจจัยต่างๆที่ทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้น แล้วถึงจะเข้าไปแก้ที่ต้นตอของปัญหานั้น
การบำบัดการกดนวดไล่ลม ผมได้เกริ่นมาตลอดว่า ทุกๆอิริยาบทของเรามีพลังงานจากภายนอกกระเทือน สะท้อนซึมซับเข้ามา แล้วสั่งสมอยู่ในร่างกาย ตามแนวเส้น กล้ามเนื้อ ช่องท้อง และช่องว่างต่างๆในร่างกาย
พลังงานที่ซึมซับเข้ามานี้ ที่ผ่านมาการบำบัดของเรา เราลองคิดดูว่า เราได้เคยบำบัดทำให้พลังงานเหล่านี้คลายออกไปนอกร่างกายหรือไม่ แล้วถ้าเราไม่เคยนำพลังงานเหล่านี้ให้คลายออกนอกร่างกาย การเจ็บป่วยเรื้อรังของเราจะหายได้ไหม
พลังงานที่ซึมซับและสั่งสมอยู่ในร่างกาย เป็นคำตอบของอาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เพราะพลังงานเหล่านี้เข้ามาในร่างกายเราแล้วไม่สามารถคลายออกนอกร่างกายได้ ธาตุลมในร่างกายเราเกิดการไหลเวียนออกนอกร่างกายได้ไม่ปกติ บางวันลมไหลเวียนออกตามรูขุมขนได้ ตัวเราก็เบา อาการร้อนภายในก็ดับลงไปเอง
ในบางวันที่ลมไม่สามารถเคลื่อนไหลออกนอกกาย ไม่สามารถไหลออกตามรูขุมขน ตามทวารต่างๆ เช่น การหาว เรอ ไอ จาม ลมออกหู การผายลม การขับถ่ายอุจจาระที่มีลมออกมาด้วย ลมออกที่ช่องคลอด การเดินหรือการเคลื่อนไหวร่างกายแล้วลมออกตามข้อกระดูก เมื่อลมเคลื่อนไหลออกไม่ได้พลังงานที่สั่งสมอยู่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหลออกไปด้วย วันนั้นทั้งวัน เราก็จะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว มีอาการร้อนอยู่ภายใน ซึ่งอาการนี้ไม่ได้เป็นอาการร้อนใน จะกินยา กินสมุนไพรเช่นฟ้าทลายโจน น้ำใบย่านาง เพื่อลดอาการร้อนนั้น ก็ไม่สามารถดับอาการร้อนนั้นได้ เพราะอาการร้อนนั้นไม่ได้เกิดจากธาตุดิน ธาตุน้ำ ไม่ได้เกิดจากการที่กล้ามเนื้ออักเสบ ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ที่ปรอทวัดไข้จะสามารถสัมผัสและตรวจพบอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้
ปรอทวัดไข้ซึ่งเป็นธาตุดิน ธาตุน้ำ ไม่สามารถสัมผัสธาตุลม จึงไม่สามารถตรวจพบความร้อนที่เกิดขึ้นจากการขัดของลมในร่างกาย
และที่สำคัญปรอทวัดไข้ก็ไม่สามารถตรวจวัดธาตุไฟ ซึ่งเป็นความร้อนที่เกิดจากพลังงานต่างๆที่ซึมซับเข้ามา สั่งสมอยู่ภายในร่างกาย พลังงานเหล่านี้ไม่สามารถเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ เนื่องจากธาตุลมในร่างกายไม่สามารถเคลื่อนออกตามรูขุมขน ตามทวารต่างๆ
ดังนั้นเมื่อเรากดนวดไล่ลมทำให้ลมในร่างกาย สามารถเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายเราได้ พลังงานที่สั่งสมอยู่ก็จะเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายเราไปด้วย มีผลทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการสั่งสมพลังงานภายในร่างกายก็จะค่อยๆลดลง จนอาการร้อนนั้นหายไปในที่สุด
เมื่อลมไหลออกนอกร่างกายได้ ลมก็จะนำพาพลังงานที่สั่งสมอยู่ในแนวเส้น อยู่ในช่อง ในโพรงต่างๆในร่างกายให้ไหลออกนอกร่างกายด้วย จึงทำให้อาการบางอย่างที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ และอาการเรื้อรังในร่างกายได้รับการบำบัดแก้ไขและหายไปในที่สุด
ทั้งนี้เพราะลมในร่างกายและพลังงานที่สั่งสมอยู่ในร่างกาย เมื่อเราสามารถเคลื่อนลมในร่างกายให้เคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ จะเกิดการถ่ายเทพลังงาน การแพร่ของพลังงาน จากจุดที่มีความหนาแน่นมากกว่าไปยังที่ๆมีความหนาแน่นน้อยกว่า คือบริเวณที่เรากระทุ้งเปิดรูขุมขนได้แล้ว แล้วเกิดแรงเฉื่อยเหนี่ยวนำพลังงานที่แพร่ลงมานี้ ให้ไหลออกที่รูขุมขน จึงทำให้อาการบวมแน่นในช่องท้อง กระโหลกศีรษะลดลง อาการเรื้อรัง อาการที่หาสาเหตุไม่ได้ ก็จะคลายและหายไปเอง
แก้ลม คลายพลังงาน บำบัดอาการอะไรบ้าง
28 ธันวาคม 2561
ลมไม่เคลื่อนออก พลังงานอื่นๆก็ออกไม่ได้
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง การที่เราจะแก้ปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่ง เราต้องรู้ถึงสาเหตุแห่งปัญหา และปัจจัยต่างๆที่ทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้น แล้วถึงจะเข้าไปแก้ที่ต้นตอของปัญหานั้น
การบำบัดการกดนวดไล่ลม ผมได้เกริ่นมาตลอดว่า ทุกๆอิริยาบทของเรามีพลังงานจากภายนอกกระเทือน สะท้อนซึมซับเข้ามา แล้วสั่งสมอยู่ในร่างกาย ตามแนวเส้น กล้ามเนื้อ ช่องท้อง และช่องว่างต่างๆในร่างกาย
พลังงานที่ซึมซับเข้ามานี้ ที่ผ่านมาการบำบัดของเรา เราลองคิดดูว่า เราได้เคยบำบัดทำให้พลังงานเหล่านี้คลายออกไปนอกร่างกายหรือไม่ แล้วถ้าเราไม่เคยนำพลังงานเหล่านี้ให้คลายออกนอกร่างกาย การเจ็บป่วยเรื้อรังของเราจะหายได้ไหม
พลังงานที่ซึมซับและสั่งสมอยู่ในร่างกาย เป็นคำตอบของอาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เพราะพลังงานเหล่านี้เข้ามาในร่างกายเราแล้วไม่สามารถคลายออกนอกร่างกายได้ ธาตุลมในร่างกายเราเกิดการไหลเวียนออกนอกร่างกายได้ไม่ปกติ บางวันลมไหลเวียนออกตามรูขุมขนได้ ตัวเราก็เบา อาการร้อนภายในก็ดับลงไปเอง
ในบางวันที่ลมไม่สามารถเคลื่อนไหลออกนอกกาย ไม่สามารถไหลออกตามรูขุมขน ตามทวารต่างๆ เช่น การหาว เรอ ไอ จาม ลมออกหู การผายลม การขับถ่ายอุจจาระที่มีลมออกมาด้วย ลมออกที่ช่องคลอด การเดินหรือการเคลื่อนไหวร่างกายแล้วลมออกตามข้อกระดูก เมื่อลมเคลื่อนไหลออกไม่ได้พลังงานที่สั่งสมอยู่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหลออกไปด้วย วันนั้นทั้งวัน เราก็จะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว มีอาการร้อนอยู่ภายใน ซึ่งอาการนี้ไม่ได้เป็นอาการร้อนใน จะกินยา กินสมุนไพรเช่นฟ้าทลายโจน น้ำใบย่านาง เพื่อลดอาการร้อนนั้น ก็ไม่สามารถดับอาการร้อนนั้นได้ เพราะอาการร้อนนั้นไม่ได้เกิดจากธาตุดิน ธาตุน้ำ ไม่ได้เกิดจากการที่กล้ามเนื้ออักเสบ ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ที่ปรอทวัดไข้จะสามารถสัมผัสและตรวจพบอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้
ปรอทวัดไข้ซึ่งเป็นธาตุดิน ธาตุน้ำ ไม่สามารถสัมผัสธาตุลม จึงไม่สามารถตรวจพบความร้อนที่เกิดขึ้นจากการขัดของลมในร่างกาย
และที่สำคัญปรอทวัดไข้ก็ไม่สามารถตรวจวัดธาตุไฟ ซึ่งเป็นความร้อนที่เกิดจากพลังงานต่างๆที่ซึมซับเข้ามา สั่งสมอยู่ภายในร่างกาย พลังงานเหล่านี้ไม่สามารถเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ เนื่องจากธาตุลมในร่างกายไม่สามารถเคลื่อนออกตามรูขุมขน ตามทวารต่างๆ
ดังนั้นเมื่อเรากดนวดไล่ลมทำให้ลมในร่างกาย สามารถเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายเราได้ พลังงานที่สั่งสมอยู่ก็จะเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายเราไปด้วย มีผลทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการสั่งสมพลังงานภายในร่างกายก็จะค่อยๆลดลง จนอาการร้อนนั้นหายไปในที่สุด
เมื่อลมไหลออกนอกร่างกายได้ ลมก็จะนำพาพลังงานที่สั่งสมอยู่ในแนวเส้น อยู่ในช่อง ในโพรงต่างๆในร่างกายให้ไหลออกนอกร่างกายด้วย จึงทำให้อาการบางอย่างที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ และอาการเรื้อรังในร่างกายได้รับการบำบัดแก้ไขและหายไปในที่สุด
ทั้งนี้เพราะลมในร่างกายและพลังงานที่สั่งสมอยู่ในร่างกาย เมื่อเราสามารถเคลื่อนลมในร่างกายให้เคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ จะเกิดการถ่ายเทพลังงาน การแพร่ของพลังงาน จากจุดที่มีความหนาแน่นมากกว่าไปยังที่ๆมีความหนาแน่นน้อยกว่า คือบริเวณที่เรากระทุ้งเปิดรูขุมขนได้แล้ว แล้วเกิดแรงเฉื่อยเหนี่ยวนำพลังงานที่แพร่ลงมานี้ ให้ไหลออกที่รูขุมขน จึงทำให้อาการบวมแน่นในช่องท้อง กระโหลกศีรษะลดลง อาการเรื้อรัง อาการที่หาสาเหตุไม่ได้ ก็จะคลายและหายไปเอง
แก้ลม คลายพลังงาน บำบัดอาการอะไรบ้าง
28 ธันวาคม 2561
วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561
นวดไล่ลม คลายพลังงาน ( ตอนที่ 10.1 ) อะไรคือ นวดไล่ลม
นวดไล่ลม คลายพลังงาน ( ตอนที่ 10.1 )
อะไรคือ นวดไล่ลม
นวดไล่ลม คนส่วนมากจะไม่คุ้นกับชื่อ ” นวดไล่ลม ” หลายๆคน เมื่อมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับอาการขัดของลมในร่างกาย ทำการรักษาในทุกๆทางที่จะทำได้ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขอาการนี้ได้ ทั้งนี้เพราะธาตุลมในร่างกายเรา ไม่สามารถตรวจวัดได้ ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ปัจจุบัน X-Rays ก็ไม่เห็น MRI ก็หาไม่เจอ ร่างกายเรามีอาการร้อนผ่าวอยู่ภายใน ปรอทวัดไข้ก็ไม่สามารถตรวจวัดอาการร้อนผ่าวนั้นได้
ทั้งหมดนี้เกิดจากความไม่สมดุลของธาตุลมในร่างกายเรา ลมในร่างกายเรามีไม่มาก-ไม่น้อยไปกว่าขนาดรูปร่างของร่างกายเรา นั่นคือในภาวะปกติ ลมจะไหลเวียนเข้า-ออกตามรูขุมขนทั่วร่างกาย เมื่อลมเข้ามาในร่างกายทางจมูก ( ลมสามารถเข้ามาตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ) แล้วลมไม่สามารถเคลื่อนไหลออกตามรูขุมขนต่างๆ จึงทำให้เกิดการบวมพองอยู่ภายในแนวเส้น บวมพองอยู่ภายในช่องท้อง บวมพองอยู่ในกะโหลกศีรษะ
พลังงานลมเมื่อเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไม่ได้ จึงเกิดความเครียด ความดันอยู่ภายใน เนื่องจากการบำบัดที่ผ่านมา การใช้อุปกรณ์นั้นเป็นธาตุดิน จึงไม่สามารถตรวจวัดความไม่ปกติของธาตุลมได้ บ่อยครั้งที่เราไปตรวจรักษา แล้วได้คำตอบว่าอวัยวะของเราปกติ พร้อมกับไม่มีคำตอบว่าป่วยอะไร และจะรักษาอย่างไร
การนวดไล่ลม เป็นส่วนหนึ่งของการนวดแผนไทย การนวดไล่ลมนั้น เราก็ต้องมีความรู้พื้นฐานการนวดบำบัด รู้จักแนวเส้น และต้องทำความเข้าใจในความหมายของการไหลเวียนของลมในร่างกาย
ในการบำบัดอื่นที่เราเคยบำบัดมา เราจะรู้สึกว่า เป็นการบำบัดที่ทำให้ธาตุลมมีการเคลื่อนไหล จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งการเคลื่อนไหลนี้ ลมไม่ได้เคลื่อนไหลออกนอกร่างกาย ยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย โดยจะเคลื่อนจากส่วนของร่างกายที่แนวเส้นมีลมขัด และแน่นอยู่ เมื่อโดนกดนวดบริเวณนั้นลมก็จะเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ไปยังส่วนของร่างกายที่มีความหนาแน่นของลมน้อยกว่า
เช่น เมื่อเรานั่งให้นวด ( บ่ามีอาการตึง ลมมีความหนาแน่นมาก ) เวลาที่เราโดนกดนวดลงมาที่บ่า เราจะรู้สึกว่าบ่าเบา แต่จะมีความรู้สึกว่ามีอาการเมื่อย ตึงลงมาที่แนวหลังใต้แนวสะบัก เมื่อยเข้ามาถึงเอว จะเมื่อยเอวอยู่ 1-2 วัน หลังจากนั้นเราจะเริ่มกลับมาตึงที่คอ-บ่า-ไหล่อีก ทั้งนี้เพราะการไหลเวียนพลังงานแบบนี้เป็นการไหลเวียนที่ลมไม่ไหลออกนอกร่างกาย เพียงแค่เปลี่ยนจากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งนั่นเอง
นวดไล่ลม เป็นการกดนวดปรับสมดุลของธาตุทั้งสี่ ธาตุดินน้ำลมไฟ โดยเป็นการเน้นปรับสมดุลของธาตุลมเป็นหลัก ทำให้ธาตุลมในร่างกายเกิดการไหลเวียน แล้วเคลื่อนไหลออกนอกร่างกาย ตามทวาร ตามข้อกระดูก ออกตามรูขุมขนทั่วร่างกาย
......ถ้าลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ จะส่งผลต่อการบำบัดอาการเจ็บป่วยอย่างไร
22 ธันวาคม 2561
อะไรคือ นวดไล่ลม
นวดไล่ลม คนส่วนมากจะไม่คุ้นกับชื่อ ” นวดไล่ลม ” หลายๆคน เมื่อมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับอาการขัดของลมในร่างกาย ทำการรักษาในทุกๆทางที่จะทำได้ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขอาการนี้ได้ ทั้งนี้เพราะธาตุลมในร่างกายเรา ไม่สามารถตรวจวัดได้ ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ปัจจุบัน X-Rays ก็ไม่เห็น MRI ก็หาไม่เจอ ร่างกายเรามีอาการร้อนผ่าวอยู่ภายใน ปรอทวัดไข้ก็ไม่สามารถตรวจวัดอาการร้อนผ่าวนั้นได้
ทั้งหมดนี้เกิดจากความไม่สมดุลของธาตุลมในร่างกายเรา ลมในร่างกายเรามีไม่มาก-ไม่น้อยไปกว่าขนาดรูปร่างของร่างกายเรา นั่นคือในภาวะปกติ ลมจะไหลเวียนเข้า-ออกตามรูขุมขนทั่วร่างกาย เมื่อลมเข้ามาในร่างกายทางจมูก ( ลมสามารถเข้ามาตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ) แล้วลมไม่สามารถเคลื่อนไหลออกตามรูขุมขนต่างๆ จึงทำให้เกิดการบวมพองอยู่ภายในแนวเส้น บวมพองอยู่ภายในช่องท้อง บวมพองอยู่ในกะโหลกศีรษะ
พลังงานลมเมื่อเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไม่ได้ จึงเกิดความเครียด ความดันอยู่ภายใน เนื่องจากการบำบัดที่ผ่านมา การใช้อุปกรณ์นั้นเป็นธาตุดิน จึงไม่สามารถตรวจวัดความไม่ปกติของธาตุลมได้ บ่อยครั้งที่เราไปตรวจรักษา แล้วได้คำตอบว่าอวัยวะของเราปกติ พร้อมกับไม่มีคำตอบว่าป่วยอะไร และจะรักษาอย่างไร
การนวดไล่ลม เป็นส่วนหนึ่งของการนวดแผนไทย การนวดไล่ลมนั้น เราก็ต้องมีความรู้พื้นฐานการนวดบำบัด รู้จักแนวเส้น และต้องทำความเข้าใจในความหมายของการไหลเวียนของลมในร่างกาย
ในการบำบัดอื่นที่เราเคยบำบัดมา เราจะรู้สึกว่า เป็นการบำบัดที่ทำให้ธาตุลมมีการเคลื่อนไหล จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งการเคลื่อนไหลนี้ ลมไม่ได้เคลื่อนไหลออกนอกร่างกาย ยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย โดยจะเคลื่อนจากส่วนของร่างกายที่แนวเส้นมีลมขัด และแน่นอยู่ เมื่อโดนกดนวดบริเวณนั้นลมก็จะเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ไปยังส่วนของร่างกายที่มีความหนาแน่นของลมน้อยกว่า
เช่น เมื่อเรานั่งให้นวด ( บ่ามีอาการตึง ลมมีความหนาแน่นมาก ) เวลาที่เราโดนกดนวดลงมาที่บ่า เราจะรู้สึกว่าบ่าเบา แต่จะมีความรู้สึกว่ามีอาการเมื่อย ตึงลงมาที่แนวหลังใต้แนวสะบัก เมื่อยเข้ามาถึงเอว จะเมื่อยเอวอยู่ 1-2 วัน หลังจากนั้นเราจะเริ่มกลับมาตึงที่คอ-บ่า-ไหล่อีก ทั้งนี้เพราะการไหลเวียนพลังงานแบบนี้เป็นการไหลเวียนที่ลมไม่ไหลออกนอกร่างกาย เพียงแค่เปลี่ยนจากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งนั่นเอง
นวดไล่ลม เป็นการกดนวดปรับสมดุลของธาตุทั้งสี่ ธาตุดินน้ำลมไฟ โดยเป็นการเน้นปรับสมดุลของธาตุลมเป็นหลัก ทำให้ธาตุลมในร่างกายเกิดการไหลเวียน แล้วเคลื่อนไหลออกนอกร่างกาย ตามทวาร ตามข้อกระดูก ออกตามรูขุมขนทั่วร่างกาย
......ถ้าลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ จะส่งผลต่อการบำบัดอาการเจ็บป่วยอย่างไร
22 ธันวาคม 2561
วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561
ลมและพลังงาน ( ตอนที่ 9.9 ) ไฟฟ้าสถิต
ลมและพลังงาน ( ตอนที่ 9.9 )
ไฟฟ้าสถิต
นวดไล่ลม-นวดคลายพลังงาน เป็นการกดนวดบำบัด โดยเน้นทำให้ลมเกิดการไหลเวียนออกนอกร่างกาย และเมื่อลมไหลออกนอกร่างกายตามรูขุมขน ทวารต่างๆได้ ลมที่เคลื่อนไหลออกตามรูขุมขน จะดึงพลังงานที่เก็บสั่งสมอยู่ภายในร่างกายเรา ให้ไหลออกไปด้วย
ว่าไปแล้วพลังงานนี้ ก็คือไฟฟ้าสถิตที่อยู่ในร่างกายเรานั่นเอง อาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ ก็คือการที่พลังงานที่เข้ามาแล้วออกไปนอกร่างกายไม่ได้ เกิดการสั่งสมพลังงาน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเกิดพลังงานเก็บอยู่ภายใน ยิ่งนานมากเท่าไร ความหนาแน่นของพลังงานก็จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ธาตุไฟกำเริบขึ้น จึงทำให้เกิดความร้อนขึ้นภายในร่างกาย เป็นความผิดปกติของธาตุลมในร่างกาย ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของธาตุดิน ( กล้ามเนื้ออักเสบ ) และธาตุน้ำ ( ติดเชื้อในกระแสเลือด ) ปรอทวัดไข้ซึ่งเป็นธาตุดิน จึงไม่สามารถตรวจวัดได้ เมื่อเรากดนวดไล่ลม ทำให้ลมไหลออกนอกร่างกายได้ อาการร้อนแต่ไม่มีไข้ก็จะค่อยๆดับลงในที่สุด
พลังงานที่สั่งสมในร่างกายนี้ หรือไฟฟ้าสถิตในร่างกายเรา ในชีวิตประจำวันของเราจะเคยสัมผัสบ้าง เช่น ถ้าเราอยู่ในที่ๆมีอากาศเย็นชื้น เช่นอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต เวลาที่เข็นรถเข็นที่มีโครงสร้างเป็นโลหะ คนที่มีอาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ ส่วนมากแล้วเวลาที่จับรถเข็น จะมีอาการสปาร์ค เหมือนไฟช็อต จนบางครั้งแรงจนแขนเรากระตุก กระชาก
ในขณะที่เราจับรถเข็น พลังงานที่สั่งสมอยู่ภายใน ( ไฟฟ้าสถิต ) เกิดการเคลื่อนไหลออกมา ผ่านสื่อกลางคือตัวรถเข็น ลงสู่พื้นห้อง
สามวันก่อน ได้นวดผู้ป่วยเดิมที่เคยนวด อยู่ที่พุทธมณฑล สาย3 มีอาการเส้นบวม ตึง ตลอดซีกขวามือ ก็ได้ทำการนวดบำบัดนวดไล่ลม นวดในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศ นวดจนครบเวลา ปรากฎว่าวันนี้มีเหตุบางอย่าง ที่ทำให้จะต้องกล่าวถึง คือ เมื่อนวดผู้ป่วยเสร็จ ก็จัดการเก็บที่นอน เก็บเสื่อ ปรากฎว่าขณะที่ผมได้ช่วยพับ เก็บเสื่อ ที่ผู้ป่วยยังไม่ได้เก็บ และส่งต่อเสื่อนี้ให้ผู้ป่วยไปเก็บ โดยที่ผมและผู้ป่วยไม่ได้ใส่รองเท้า ยืนเท้าเปล่าอยู่บนพื้นกระเบื้อง
เกิดเหตุการณ์คือ ที่มือของผมและมือของผู้ป่วย มีอาการสปาร์คของพลังงาน ที่มือผมพลังงานสปาร์คขึ้นมาแค่ที่มือ แต่ที่มือของผู้ป่วยพลังงานเคลื่อนจากมือขึ้นไปถึงข้อศอก มีเสียงดังเหมือนไฟช็อต ( เสียงช็อตของไม้ตบยุง )
เหตุการณ์นี้จึงทำให้เข้าใจได้ว่า เมื่อเราจับรถเข็น พลังงานที่สั่งสมอยู่ในกายเรา เมื่ออยู่ในที่ๆชื้น อากาศเย็น พลังงานนี้จะเคลื่อนไหลออกมา แล้วลงพื้นดินโดยผ่านตัวกลางคือรถเข็นโลหะ
สำหรับกรณีที่เล่าให้ฟังนี้ เราปูเสื่ออยู่ชั้นล่างสุด ปูที่นอนซ้อนไว้ด้านบน นวดอยู่ในห้องที่เย็นชื้น เมื่อเรามีการกดนวดไล่ลม พลังงานที่เคลื่อนไหลออกมาจากร่างกายผู้ป่วย ก็ไปสั่งสมตรงที่นอน ผ่านลงไปถึงเสื่อ ไฟฟ้าสถิตนี้ยังไม่เคลื่อนลงพื้นดิน พอเราขยับ เก็บ พับเสื่อ พลังงานที่เก็บอยุ่ที่เสื่อ ก็จะสปาร์ค เคลื่อนไหลกลับมาที่มือเรา แล้วลงดิน ( ไม่ได้ใส่รองเท้า )
เหตุการณ์นี้อธิบายคร่าวๆได้ว่า ในขณะที่เรากดนวดไล่ลม พลังงานหรือไฟฟ้าสถิตในร่างกายเคลื่อนออกมาด้วย ไปเก็บอยู่ที่เสื่อที่เป็นฉนวน
เมื่อเราพับ เก็บเสื่อ มีอาการสปาร์คที่มือที่จับเสื่อ แสดงว่าพลังงานที่เคลื่อนออกมาเก็บที่เสื่อ ได้เคลื่อนไหลกลับมาร่างกายเรา ที่มือ แล้วพลังงานวิ่งผ่านร่างกาย ลงพื้นดินที่เรายืนอยู่ เหมือนกับมือเรามีอาการสปาร์คขณะที่เราจับรถเข็นโลหะ
พลังงานที่สั่งสมอยู่ในร่างกาย แล้วเคลื่อนไหลออกมาในรูปแบบของไฟฟ้าสถิต เรากดนวดไล่ลม ทำให้พลังงานที่สั่งสมอยู่นี้เคลื่อนไหลออกมา ค่อยๆคลาย ลดปริมาตรภายในร่างกายลงมาเรื่อยๆ พลังงานนี้เมื่อออกมายังคงไม่ไปไหนไกล ยังอยู่บนพื้นผิวของเสื่อ ถ้ามีมาก ปัจจัยที่เหมาะสม มีสื่อกลางไปเชื่อม คือมือเราไปจับ ไหลผ่านกายเราลงเท้า ลงพื้นดิน เป็นการครบวงจรของการไหลของกระแสไฟ
05 ธันวาคม 2561
ไฟฟ้าสถิต
นวดไล่ลม-นวดคลายพลังงาน เป็นการกดนวดบำบัด โดยเน้นทำให้ลมเกิดการไหลเวียนออกนอกร่างกาย และเมื่อลมไหลออกนอกร่างกายตามรูขุมขน ทวารต่างๆได้ ลมที่เคลื่อนไหลออกตามรูขุมขน จะดึงพลังงานที่เก็บสั่งสมอยู่ภายในร่างกายเรา ให้ไหลออกไปด้วย
ว่าไปแล้วพลังงานนี้ ก็คือไฟฟ้าสถิตที่อยู่ในร่างกายเรานั่นเอง อาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ ก็คือการที่พลังงานที่เข้ามาแล้วออกไปนอกร่างกายไม่ได้ เกิดการสั่งสมพลังงาน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเกิดพลังงานเก็บอยู่ภายใน ยิ่งนานมากเท่าไร ความหนาแน่นของพลังงานก็จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ธาตุไฟกำเริบขึ้น จึงทำให้เกิดความร้อนขึ้นภายในร่างกาย เป็นความผิดปกติของธาตุลมในร่างกาย ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของธาตุดิน ( กล้ามเนื้ออักเสบ ) และธาตุน้ำ ( ติดเชื้อในกระแสเลือด ) ปรอทวัดไข้ซึ่งเป็นธาตุดิน จึงไม่สามารถตรวจวัดได้ เมื่อเรากดนวดไล่ลม ทำให้ลมไหลออกนอกร่างกายได้ อาการร้อนแต่ไม่มีไข้ก็จะค่อยๆดับลงในที่สุด
พลังงานที่สั่งสมในร่างกายนี้ หรือไฟฟ้าสถิตในร่างกายเรา ในชีวิตประจำวันของเราจะเคยสัมผัสบ้าง เช่น ถ้าเราอยู่ในที่ๆมีอากาศเย็นชื้น เช่นอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต เวลาที่เข็นรถเข็นที่มีโครงสร้างเป็นโลหะ คนที่มีอาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ ส่วนมากแล้วเวลาที่จับรถเข็น จะมีอาการสปาร์ค เหมือนไฟช็อต จนบางครั้งแรงจนแขนเรากระตุก กระชาก
ในขณะที่เราจับรถเข็น พลังงานที่สั่งสมอยู่ภายใน ( ไฟฟ้าสถิต ) เกิดการเคลื่อนไหลออกมา ผ่านสื่อกลางคือตัวรถเข็น ลงสู่พื้นห้อง
สามวันก่อน ได้นวดผู้ป่วยเดิมที่เคยนวด อยู่ที่พุทธมณฑล สาย3 มีอาการเส้นบวม ตึง ตลอดซีกขวามือ ก็ได้ทำการนวดบำบัดนวดไล่ลม นวดในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศ นวดจนครบเวลา ปรากฎว่าวันนี้มีเหตุบางอย่าง ที่ทำให้จะต้องกล่าวถึง คือ เมื่อนวดผู้ป่วยเสร็จ ก็จัดการเก็บที่นอน เก็บเสื่อ ปรากฎว่าขณะที่ผมได้ช่วยพับ เก็บเสื่อ ที่ผู้ป่วยยังไม่ได้เก็บ และส่งต่อเสื่อนี้ให้ผู้ป่วยไปเก็บ โดยที่ผมและผู้ป่วยไม่ได้ใส่รองเท้า ยืนเท้าเปล่าอยู่บนพื้นกระเบื้อง
เกิดเหตุการณ์คือ ที่มือของผมและมือของผู้ป่วย มีอาการสปาร์คของพลังงาน ที่มือผมพลังงานสปาร์คขึ้นมาแค่ที่มือ แต่ที่มือของผู้ป่วยพลังงานเคลื่อนจากมือขึ้นไปถึงข้อศอก มีเสียงดังเหมือนไฟช็อต ( เสียงช็อตของไม้ตบยุง )
เหตุการณ์นี้จึงทำให้เข้าใจได้ว่า เมื่อเราจับรถเข็น พลังงานที่สั่งสมอยู่ในกายเรา เมื่ออยู่ในที่ๆชื้น อากาศเย็น พลังงานนี้จะเคลื่อนไหลออกมา แล้วลงพื้นดินโดยผ่านตัวกลางคือรถเข็นโลหะ
สำหรับกรณีที่เล่าให้ฟังนี้ เราปูเสื่ออยู่ชั้นล่างสุด ปูที่นอนซ้อนไว้ด้านบน นวดอยู่ในห้องที่เย็นชื้น เมื่อเรามีการกดนวดไล่ลม พลังงานที่เคลื่อนไหลออกมาจากร่างกายผู้ป่วย ก็ไปสั่งสมตรงที่นอน ผ่านลงไปถึงเสื่อ ไฟฟ้าสถิตนี้ยังไม่เคลื่อนลงพื้นดิน พอเราขยับ เก็บ พับเสื่อ พลังงานที่เก็บอยุ่ที่เสื่อ ก็จะสปาร์ค เคลื่อนไหลกลับมาที่มือเรา แล้วลงดิน ( ไม่ได้ใส่รองเท้า )
เหตุการณ์นี้อธิบายคร่าวๆได้ว่า ในขณะที่เรากดนวดไล่ลม พลังงานหรือไฟฟ้าสถิตในร่างกายเคลื่อนออกมาด้วย ไปเก็บอยู่ที่เสื่อที่เป็นฉนวน
เมื่อเราพับ เก็บเสื่อ มีอาการสปาร์คที่มือที่จับเสื่อ แสดงว่าพลังงานที่เคลื่อนออกมาเก็บที่เสื่อ ได้เคลื่อนไหลกลับมาร่างกายเรา ที่มือ แล้วพลังงานวิ่งผ่านร่างกาย ลงพื้นดินที่เรายืนอยู่ เหมือนกับมือเรามีอาการสปาร์คขณะที่เราจับรถเข็นโลหะ
พลังงานที่สั่งสมอยู่ในร่างกาย แล้วเคลื่อนไหลออกมาในรูปแบบของไฟฟ้าสถิต เรากดนวดไล่ลม ทำให้พลังงานที่สั่งสมอยู่นี้เคลื่อนไหลออกมา ค่อยๆคลาย ลดปริมาตรภายในร่างกายลงมาเรื่อยๆ พลังงานนี้เมื่อออกมายังคงไม่ไปไหนไกล ยังอยู่บนพื้นผิวของเสื่อ ถ้ามีมาก ปัจจัยที่เหมาะสม มีสื่อกลางไปเชื่อม คือมือเราไปจับ ไหลผ่านกายเราลงเท้า ลงพื้นดิน เป็นการครบวงจรของการไหลของกระแสไฟ
05 ธันวาคม 2561
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





