นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
พลังงานเกี่ยวข้องอะไรกับลมในร่างกาย
สงสัยไหมว่าเวลาผมพูดถึงนวดไล่ลม ผมจะมีคำต่อท้ายว่า “ คลายพลังงาน ” แล้วทำไมจึงต้องเป็น “ นวดไล่ลม-คลายพลังงาน ”
จากการสอนการทำกรรมฐานขององค์หลวงปู่เจือ สุภโร หลวงปู่ท่านสอนให้ทำสมาธิโดยให้ทำกสิณสีขาว ให้นึกเห็นท้องฟ้า เมื่อปฏิบัติต่อเนื่องไป กำลังสมาธิมีกำลังมากขึ้น ( ฌานมีกำลังสูงขึ้น ) ปฏิบัติต่อเนื่องไป ให้นึกเห็นท้องฟ้า แผ่นน้ำ แผ่นดิน กาย ลม ได้ในเวลาเดียวกัน ก็จะทำให้สมาธิ และฌานมีกำลังมากขึ้น แล้วเราจะรู้การเคลื่อนไหลของลมในร่างกายเรา เป็นลมหกกอง หนึ่งในนั้นคือลมหายใจ
“ หายใจเข้ารูจมูก ลมออกทั่วกาย ออกทุกรูขุมขนทั่วกาย “
“ หายใจออกรูจมูก ลมเข้าทั่วกาย เข้าทุกรูขุมขนทั่วกาย “
ดังนั้นร่างกายเรา ผิวกายเรา ในสภาวะปกติลมสามารถวิ่งเข้า – แล่นออกตามรูขุมขนทั่วร่างกายได้ ( เหมือนผึ้งที่บินเข้าบินออกที่รังผึ้ง )
เมื่อลมเข้ามาในร่างกาย แล้วลมก็ไหลออกจากร่างกายไปได้ ทำให้ร่างกายคนเราไม่บวม ไม่พองโตขึ้นมาจนเกินปกติ
แต่เมื่อใดที่ผิวกายเรา ลมไม่สามารถไหลออกตามรูขุมขนได้ จะเนื่องด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม สภาพของร่างกายเราก็จะเหมือนลูกโป่ง เป็นลูกโป่งที่เป่าให้โตขึ้นเรื่อยๆ โตขึ้นจนผิวหนัง ผิวร่างกายเราบวม เปล่ง ผิวกายเราจะมันขึ้น ( บริเวณหน้าแข้ง )
ถ้าหากผิวกายเราเปราะบางเหมือนผิวลูกโป่ง ผิวหนังของเราก็คงปริ แตก ระเบิดไปแล้ว เมื่อผิวกายเราไม่แตก ไม่ระเบิด ลมที่ไหลเข้ามาในร่างกายก็จะยังไม่สามารถไหลออกที่รูขุมขนได้ ซึ่งเราเรียกว่าเป็นอาการขัดของลมนั่นเอง
สำหรับเรื่องพลังงานที่ซึมซับเข้ามา และสั่งสมอยู่ในร่างกายเรานั้น เป็นพลังงานที่เข้ามาในร่างกายเราจากการใช้ชีวิตประจำวัน ทุกๆอิริยาบทของร่างกายเรา จะมีพลังงานซึมซับเข้ามาในร่างกายเรา โดยธาตุลมในร่างกายเรา ซึ่งเป็นพลังงานเดิมๆที่มีอยู่แล้วในร่างกาย ลมในกายจะเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ( การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ) ดังนั้นลมจึงเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ก็คือเส้นเลือดนั่นเอง
ร่างกายเรา เส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ เส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดฝอย ก็คือแนวเส้น คือแนวที่ลมจะเคลื่อนไหลไปตลอดทั่วร่างกาย เคลื่อนไปตามแนวเส้น เส้นเลือด ลมวิ่งไปตามแนวเส้นที่ฝังอยู่ในกล้ามเนื้อ อยู่ใต้ผิวหนัง ใต้รูขุมขน ลมสามารถเคลื่อนไหลตามแนวเส้นผ่านกระดูกท่อนหนึ่งไปยังกระดูกอีกท่อนหนึ่ง ลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายตามทวารต่างๆ ตา หู คอ จมูก ปาก ทวารหนัก ทวารเบา และลมเคลื่อนไหลออกตามรูขุมขนทั่วร่างกาย
เรากดนวดไล่ลมที่ขาท่อนบน เมื่อเราผ่อน คลายแรงที่กดนวดไล่ลม ลมในกายจะค่อยๆเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น แล่นไป ผ่านข้อกระดูกหัวเข่า
ค่อยๆเคลื่อนไปตามแนวเส้นกระดูกขาท่อนล่าง แล่นไป ผ่านข้อกระดูกตาตุ่ม
ค่อยๆเคลื่อนไปตามแนวเส้นกระดูกเท้า แล่นไป ผ่านข้อกระดูกนิ้ว แล้วลมวิ่งออกปลายเท้า
เมื่อเรากดนวดไล่ลมไปเรื่อยๆ ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลไปออกที่ปลายเท้า ค่อยๆเคลื่อนไปด้านบนร่างกาย ไปออกที่แขน
และในที่สุดลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลออกปลายเท้า ปลายมือ และลมจะเคลื่อนออกที่ศรีษะ โดยพร้อมเพรียงกัน ในเวลาเดียวกัน
เมื่อเรากดนวดไล่ลมจนลมเคลื่อนไหลออกที่ศรีษะแล้ว แนวเส้น ทั้งซีกของร่างกายที่เรากดนวด การกระทุ้งการไหลเวียนของลมในแนวเส้นจะสมบูรณ์ กลับมาปกติ รูขุมขนที่อุดตันก็จะคลายออก ลมก็จะสามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามรูขุมขนได้ตามปกติ
สำหรับพลังงานที่ซึมซับเข้ามา แล้วเก็บสั่งสมอยู่ในแนวเส้นทั่วร่างกาย เก็บสั่งสมอยู่ในช่องท้อง อยู่ในกระโหลกศรีษะ พลังงานพวกนี้ทำให้ร่างกายเราเกิดอาการร้อนแต่ไม่มีไข้ เมื่อเรากดนวดทำให้ลมในเส้นเคลื่อนไหล ออกนอกร่างกายตามรูขุมขนทั่วร่างกายได้ จะเกิดการแพร่ของลม เป็นการไหลของลมตามแนวเส้น จากที่ๆยังมีความหนาแน่นของลมที่สูงกว่า เคลื่อนไหลไปตามแนวเส้นที่มีความหนาแน่นของลมต่ำกว่า
คือลมที่อยู่ในแนวเส้น ส่วนบนของร่างกายก็จะมีการไหลลงมาแทนที่บริเวณขาท่อนที่ถูกกดนวด และจะถูกดึงให้ไหลลงปลายเท้า แล้วออกนอกร่างกายไป
เมื่อลมเคลื่อนออกที่รูขุมขนได้ ลมคือพลังงานที่มีอยู่แล้วในร่างกาย ก็จะนำพาพลังงานต่างๆที่เคยเข้ามาและสั่งสมเก็บไว้ เช่น
อาการเริ่มจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนลำตัว พลังงานจะเข้ามาทางฝ่าเท้า เช่นการเดิน การยืน การกระโดด การนั่งนานๆ ล้มก้นกระแทก ล้มหลังฟาดพื้น ฯลฯ ( นวดแก้โดยท่านอนคว่ำ )
อาการเริ่มจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนลำตัว พลังงานเข้ามาทางหลังเท้าและตาตุ่ม เช่น อาการขาพลิก ขาแพลง ตึงหน้าแข้ง เข่ามีเสียง เมื่อยหน้าขา เส้นท้องตึง ฯลฯ ( นวดแก้โดยท่านอนหงาย )
อาการเริ่มจากด้านบนเคลื่อนลงมาด้านล่างลำตัว พลังงานเข้ามาทางศรีษะ บ่า ไหล่ แขน มือ อาการทุกอย่างที่เริ่มมาจากด้านบนคอบ่าไหล่ จะเคลื่อนลงมาที่สะบัก แนวหลังใต้แนวสะบัก แนวตัดขวางเข้าเอว แนวกระเบนเหน็บ แนวข้างขาด้านใน แนวหน้าแข้งด้านใน แนวตาตุ่มด้านใน แนวร่องเส้นใต้ฝ่าเท้าบริเวณนิ้วโป้ง-นิ้วชี้ ทำให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทแขน-ขา ( นวดแก้โดยท่านอนตะแคง )
อาการที่เริ่มจากมือ แขน บ่า เช่น ล้มแขนยันฟื้น แขนกระชาก ( นวดแก้โดยท่านอนหงาย-นวดแขน )
อาการที่เริ่มจากศรีษะ ( นวดแก้โดยท่านั่ง นวดคอบ่าไหล่ )
เมื่อเรากดนวดไล่ลม ให้ลมไหลเวียนออกนอกกายได้ ลมจะดึงพลังงานเหล่านี้ออกไปด้วย อาการเรื้อรังต่างๆก็จะค่อยๆคลายออกไป แต่สิ่งที่เห็นและสัมผัสได้แน่ๆคือ พลังงานที่สั่งสมมาค่อยๆลดลงไป อาการตัวร้อนรุมๆแต่ไม่มีไข้ ก็จะคลายแล้วหายในขณะนั้นเลย
02 พฤษภาคม 2562
ธิติ ศุภโชติการกุล นวดไล่ลม แก้อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทโดยไม่ต้องผ่าตัด 086-775-7333 , 083-046-7409 , 02-426-0561
วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562
ปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ ร่างกายเราจะได้อะไร
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
ปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ ร่างกายเราจะได้อะไร
เปรียบผิวกาย ร่างกายคนเราเหมือนสายดับเพลิง จากสายดับเพลิงที่แบน ราบ ที่ม้วนเก็บได้ ถ้าเราเปิดน้ำให้ไหลเข้าไปเต็มในสายดับเพลิง สายดับเพลิงก็จะตึง บวมเป่ง น้ำหนักมากขึ้น และสายดับเพลิงจะแข็งจนเราไม่สามารถม้วนหรือหักงอ สายนั้นได้อีก
เมื่อมีน้ำอยู่เต็มในสายดับเพลิง ความดันของน้ำ ความหนาแน่นของน้ำที่อยู่เต็มในสาย ก็ไปดัน ทำให้สายดับเพลิงโป่งพองขึ้น พลังงานน้ำที่อยู่ในสายดับเพลิง ทำให้สายแข็ง ตรง จะงอหรือหักไม่ได้ และเมื่อใดที่เราปิดไม่ให้มีน้ำไหลเข้ามาที่สายดับเพลิงอีก น้ำที่ค้างคาสายอยู่ ก็จะค่อยๆไหลออกที่ปลายสาย เมื่อน้ำไหลออกไปจนหมด สายดับเพลิงก็จะแบน แฟบลงมา แฟบจนเราสามารถม้วนเก็บได้
ที่เปรียบร่างกายเรา ผิวกายเราเหมือนสายดับเพลิงเพราะ สายดับเพลิงเมื่อมีพลังงานน้ำอยู่ในสาย ก็จะทำให้หนัก แข็ง ตึง จนงอสายไม่ได้ ต่อเมื่อเราให้น้ำไหลออก สายดับเพลิงก็ค่อยๆยุบ แฟบลง งอสาย ม้วนเก็บได้
การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ในสภาวะที่เลือดและลมไหลเวียนเป็นปกติ คือเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้ และลมสามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามรูขุมขนต่างๆได้ ร่างกายคนเราก็จะมีสภาพปกติ เส้นไม่ตึง การดัด การงอตามข้อกระดูกต่างๆ ก็จะทำได้เป็นปกติ
แต่เมื่อใดที่ลมในร่างกายไม่สามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามรูขุมขนได้ ลมก็จะค้างอยู่ในแนวเส้น ( เส้นเลือด ) ลมก็คือพลังงาน ลมจะสั่งสมอยู่ในแนวเส้น จะทำให้แนวเส้น บวม ตึง พองแข็งขึ้นมา
เมื่อใดที่เราสามารถกระทุ้งแนวเส้นทำให้ลมไหลเวียนออกนอกร่างกายได้ อาการบวม ตึง พองแข็งขึ้นของแนวเส้นก็จะคลายตัวลง
เมื่อใดที่ลมในแนวเส้นเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ ความหนาแน่นของพลังงาน (ลม)ในแนวเส้นก็จะลดลงไปด้วย อาการเส้นตึง หนักตัว มือเท้าแข็ง งอข้อไม่ค่อยได้ ก็จะทุเลาลงไปเอง
และเมื่อใดที่เรากดนวดแล้วทำให้ลมที่ขัด ที่อั้นอยู่ภายในช่องท้อง ทำให้ลมนั้นเคลื่อนไหลออกจากร่างกายไป ลมที่เคยห่อหุ้ม เคยบีบอวัยวะต่างๆในช่องท้อง เช่นหัวใจ ปอด กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ตับ ไต มดลูก ฯลฯ เมื่อไม่มีลมไปบีบ กดทับ การทำงานของอวัยวะในช่องท้อง ก็จะฟื้นตัวกลับมา กลับมาทำงานได้ตามปกติ เช่น
เมื่อลมเคลื่อนออกจากช่องท้อง แรงที่ลมเคยกด บีบไปที่ปอดจะค่อยๆลดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อปอดขยับ เคลื่อนไหวได้เป็นปกติ เมื่อเราหายใจเข้าไปได้เต็มปอด ร่างกายก็จะมีออกซิเจนเข้ามามากขึ้น
เมื่อเลือดแดงไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้มาก ก็จะเกิดการนำออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ เซลล์ต่างๆ แล้วจะแลกเปลี่ยนของเสียคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาตามเส้นเลือดดำ เลือดดำเมื่อไปที่ปอดเมื่อเราหายใจเข้าปอดได้เต็มปอด ก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดซ์ออกไซด์ แล้วส่งออกนอกร่างกายเรา
ทั้งนี้ อาการป่วยต่างๆเกิดจากการที่เลือดมีสภาวะที่เป็นกรด ดังนั้นเมื่อเราสามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้ามาในร่างกายได้มาก และเราสามารถขับคาร์บอนไดซ์ออกไซด์ให้ออกไปจากร่างกายได้มากเช่นกัน อาการเจ็บป่วยหลายๆอย่างเช่น โรคเก๊าส์ รูมาตอยส์ เบาหวาน ฯลฯ ก็จะทุเลาและหายไปได้ในที่สุด
27 เมษายน 2562
ปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ ร่างกายเราจะได้อะไร
เปรียบผิวกาย ร่างกายคนเราเหมือนสายดับเพลิง จากสายดับเพลิงที่แบน ราบ ที่ม้วนเก็บได้ ถ้าเราเปิดน้ำให้ไหลเข้าไปเต็มในสายดับเพลิง สายดับเพลิงก็จะตึง บวมเป่ง น้ำหนักมากขึ้น และสายดับเพลิงจะแข็งจนเราไม่สามารถม้วนหรือหักงอ สายนั้นได้อีก
เมื่อมีน้ำอยู่เต็มในสายดับเพลิง ความดันของน้ำ ความหนาแน่นของน้ำที่อยู่เต็มในสาย ก็ไปดัน ทำให้สายดับเพลิงโป่งพองขึ้น พลังงานน้ำที่อยู่ในสายดับเพลิง ทำให้สายแข็ง ตรง จะงอหรือหักไม่ได้ และเมื่อใดที่เราปิดไม่ให้มีน้ำไหลเข้ามาที่สายดับเพลิงอีก น้ำที่ค้างคาสายอยู่ ก็จะค่อยๆไหลออกที่ปลายสาย เมื่อน้ำไหลออกไปจนหมด สายดับเพลิงก็จะแบน แฟบลงมา แฟบจนเราสามารถม้วนเก็บได้
ที่เปรียบร่างกายเรา ผิวกายเราเหมือนสายดับเพลิงเพราะ สายดับเพลิงเมื่อมีพลังงานน้ำอยู่ในสาย ก็จะทำให้หนัก แข็ง ตึง จนงอสายไม่ได้ ต่อเมื่อเราให้น้ำไหลออก สายดับเพลิงก็ค่อยๆยุบ แฟบลง งอสาย ม้วนเก็บได้
การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ในสภาวะที่เลือดและลมไหลเวียนเป็นปกติ คือเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้ และลมสามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามรูขุมขนต่างๆได้ ร่างกายคนเราก็จะมีสภาพปกติ เส้นไม่ตึง การดัด การงอตามข้อกระดูกต่างๆ ก็จะทำได้เป็นปกติ
แต่เมื่อใดที่ลมในร่างกายไม่สามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามรูขุมขนได้ ลมก็จะค้างอยู่ในแนวเส้น ( เส้นเลือด ) ลมก็คือพลังงาน ลมจะสั่งสมอยู่ในแนวเส้น จะทำให้แนวเส้น บวม ตึง พองแข็งขึ้นมา
เมื่อใดที่เราสามารถกระทุ้งแนวเส้นทำให้ลมไหลเวียนออกนอกร่างกายได้ อาการบวม ตึง พองแข็งขึ้นของแนวเส้นก็จะคลายตัวลง
เมื่อใดที่ลมในแนวเส้นเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ ความหนาแน่นของพลังงาน (ลม)ในแนวเส้นก็จะลดลงไปด้วย อาการเส้นตึง หนักตัว มือเท้าแข็ง งอข้อไม่ค่อยได้ ก็จะทุเลาลงไปเอง
และเมื่อใดที่เรากดนวดแล้วทำให้ลมที่ขัด ที่อั้นอยู่ภายในช่องท้อง ทำให้ลมนั้นเคลื่อนไหลออกจากร่างกายไป ลมที่เคยห่อหุ้ม เคยบีบอวัยวะต่างๆในช่องท้อง เช่นหัวใจ ปอด กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ตับ ไต มดลูก ฯลฯ เมื่อไม่มีลมไปบีบ กดทับ การทำงานของอวัยวะในช่องท้อง ก็จะฟื้นตัวกลับมา กลับมาทำงานได้ตามปกติ เช่น
เมื่อลมเคลื่อนออกจากช่องท้อง แรงที่ลมเคยกด บีบไปที่ปอดจะค่อยๆลดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อปอดขยับ เคลื่อนไหวได้เป็นปกติ เมื่อเราหายใจเข้าไปได้เต็มปอด ร่างกายก็จะมีออกซิเจนเข้ามามากขึ้น
เมื่อเลือดแดงไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้มาก ก็จะเกิดการนำออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ เซลล์ต่างๆ แล้วจะแลกเปลี่ยนของเสียคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาตามเส้นเลือดดำ เลือดดำเมื่อไปที่ปอดเมื่อเราหายใจเข้าปอดได้เต็มปอด ก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดซ์ออกไซด์ แล้วส่งออกนอกร่างกายเรา
ทั้งนี้ อาการป่วยต่างๆเกิดจากการที่เลือดมีสภาวะที่เป็นกรด ดังนั้นเมื่อเราสามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้ามาในร่างกายได้มาก และเราสามารถขับคาร์บอนไดซ์ออกไซด์ให้ออกไปจากร่างกายได้มากเช่นกัน อาการเจ็บป่วยหลายๆอย่างเช่น โรคเก๊าส์ รูมาตอยส์ เบาหวาน ฯลฯ ก็จะทุเลาและหายไปได้ในที่สุด
27 เมษายน 2562
วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2562
นวดเพื่อปรับธาตุทั้งสี่
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
นวดเพื่อปรับธาตุทั้งสี่
ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟมีอยู่ในทุกอณูของร่างกาย ผมถึงได้เน้นว่าการกดนวดนั้น เป็นการกดนวดเพื่อปรับสมดุลของธาตุทั้งสี่ ในร่างกาย ธาตุทั้งสี่นั้นถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งเกิดความไม่ปกติขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบไปยังธาตุอื่นๆด้วย
ที่ผ่านมาเราเคยโดนกดนวด ลองคิดดูว่า เราได้เคยบำบัดอาการขัดของธาตุลมแล้วหรือยัง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ธาตุดิน – อาการเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้น ธาตุดินเป็นธาตุที่เราเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยมือ ตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น กล้ามเนื้อ อวัยวะต่างๆ แขน ขา ศรีษะ
อวัยวะที่อยู่ในกระโหลกศรีษะ เช่น ตา หู คอ จมูก ปาก สมอง
อวัยวะในช่องท้อง เช่น หัวใจ ตับ ไต กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ รังไข่ มดลูก อัณฑะ องคชาติ
กระดูก พังผืด เส้นเลือด เส้นเอ็น เส้นประสาท เส้นผม ผิวหนัง
การบำบัดรักษาอาการที่เกิดจากธาตุดิน ในวิธีการนวดแผนไทย เราทำได้โดยการกดนวดกล้ามเนื้อ กดนวดเพื่อคลายพังผืด การคลึง การดัด การยืดให้กล้ามเนื้อและพังผืดคลายตัว
ธาตุน้ำ เป็นธาตุที่เราเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยมือ ตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น โลหิตแดง โลหิตดำ น้ำเหลือง น้ำปัสสาวะ
การบำบัดธาตุน้ำ การกดนวดที่กล้ามเนื้อและแนวพังผืด ช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตแดง และโลหิตดำ ไหลเวียนได้ดีขึ้น การติดเชื้อในกระแสเลือด อาการที่เกิดจากของเสียในกระแสเลือดไม่สามารถขับออกไปได้เต็มที่ ( คาร์บอนไดออกไซด์ ) จึงตกค้างอยู่ในกระแสเลือด เลือดจึงมีความเป็นกรด ทำให้เกิดอาการเบาหวาน โรคเก๊าส์ รูมาตอยด์ มะเร็ง
ธาตุลม เป็นธาตุที่เราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตา และไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ธาตุลมมีอยู่ทุกอณูในร่างกาย
ลมในกายเราเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ( เส้นเลือด )
ลมคือพลังงาน ลมในกายจึงเคลื่อนที่ตลอดเวลา เคลื่อนจากบริเวณที่มีความหนาแน่นของพลังงานลมสูง ไหลไปยังที่ๆมีความหนาแน่นของพลังงานลมที่ต่ำกว่า เมื่อเราทำการกดนวดไล่ลมทำให้ลมที่อยู่บริเวณที่กดนวด สามารถเคลื่อนไหลออกนอกร่างกาย ตามทวาร ตามข้อกระดูก ตามรูขุมขุน ก็จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหล โดยการแพร่ การเฉื่อยของพลังงาน จากแนวเส้นที่กดนวด ให้ไหลออกนอกร่างกายได้
เมื่อธาตุลมในร่างกายเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ ก็จะนำพาพลังงานที่สั่งสมเข้ามาในร่างกายจากการใช้ชีวิตประจำวัน จากอุบัติเหตุ ให้เคลื่อนไหลออกไปด้วย อาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ก็จะค่อยๆทุเลา และหายได้ในที่สุด
ธาตุไฟ เป็นธาตุที่เราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยมือ แต่บางครั้งไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน
อาการที่เกิดจากธาตุดิน ธาตุน้ำ ไม่ปกติ เช่นกล้ามเนื้ออักเสบ มีฝี หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด จะทำให้ร่างกายเกิดไข้ มีอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าปกติ เมื่อเราใช้ปรอทวัดไข้ ซึ่งเป็นธาตุดินไปตรวจวัดอุณหภูมิ ก็จะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ได้ ( เพราะปรอทวัดไข้ก็คือธาตุดิน ใช้ตรวจวัดสัมผัสธาตุดิน ธาตุน้ำได้ จึงสามารถตรวจวัดการกำเริบของธาตุไฟได้ )
ในอีกกรณีหนึ่ง เมื่อธาตุลมขัดในร่างกาย ลมออกตามรูขุมขนไม่ได้ เราจะมีความรู้สึกแน่นเนื้อแน่นตัว ลมแน่นท้อง ปวดมึนศรีษะ จะรู้สึกร้อนๆอยู่ในร่างกาย บางครั้งวูบวาบ ปวดแสบปวดร้อน เมื่อเราใช้ปรอทวัดไข้ ซึ่งเป็นธาตุดินไปตรวจวัดอุณหภูมิ ก็ไม่สามารถตรวจวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นมานี้ได้ ( เพราะปรอทวัดไข้ก็คือธาตุดิน ใช้ตรวจวัดสัมผัสธาตุลมไม่ได้ ) ปรอทวัดไข้จึงไม่สามารถตรวจวัดการกำเริบของธาตุไฟที่เกิดจากการขัดของธาตุลมได้
ปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ ร่างกายเราจะได้อะไร
25 เมษายน 2562
นวดเพื่อปรับธาตุทั้งสี่
ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟมีอยู่ในทุกอณูของร่างกาย ผมถึงได้เน้นว่าการกดนวดนั้น เป็นการกดนวดเพื่อปรับสมดุลของธาตุทั้งสี่ ในร่างกาย ธาตุทั้งสี่นั้นถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งเกิดความไม่ปกติขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบไปยังธาตุอื่นๆด้วย
ที่ผ่านมาเราเคยโดนกดนวด ลองคิดดูว่า เราได้เคยบำบัดอาการขัดของธาตุลมแล้วหรือยัง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ธาตุดิน – อาการเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้น ธาตุดินเป็นธาตุที่เราเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยมือ ตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น กล้ามเนื้อ อวัยวะต่างๆ แขน ขา ศรีษะ
อวัยวะที่อยู่ในกระโหลกศรีษะ เช่น ตา หู คอ จมูก ปาก สมอง
อวัยวะในช่องท้อง เช่น หัวใจ ตับ ไต กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ รังไข่ มดลูก อัณฑะ องคชาติ
กระดูก พังผืด เส้นเลือด เส้นเอ็น เส้นประสาท เส้นผม ผิวหนัง
การบำบัดรักษาอาการที่เกิดจากธาตุดิน ในวิธีการนวดแผนไทย เราทำได้โดยการกดนวดกล้ามเนื้อ กดนวดเพื่อคลายพังผืด การคลึง การดัด การยืดให้กล้ามเนื้อและพังผืดคลายตัว
ธาตุน้ำ เป็นธาตุที่เราเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยมือ ตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น โลหิตแดง โลหิตดำ น้ำเหลือง น้ำปัสสาวะ
การบำบัดธาตุน้ำ การกดนวดที่กล้ามเนื้อและแนวพังผืด ช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตแดง และโลหิตดำ ไหลเวียนได้ดีขึ้น การติดเชื้อในกระแสเลือด อาการที่เกิดจากของเสียในกระแสเลือดไม่สามารถขับออกไปได้เต็มที่ ( คาร์บอนไดออกไซด์ ) จึงตกค้างอยู่ในกระแสเลือด เลือดจึงมีความเป็นกรด ทำให้เกิดอาการเบาหวาน โรคเก๊าส์ รูมาตอยด์ มะเร็ง
ธาตุลม เป็นธาตุที่เราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตา และไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ธาตุลมมีอยู่ทุกอณูในร่างกาย
ลมในกายเราเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ( เส้นเลือด )
ลมคือพลังงาน ลมในกายจึงเคลื่อนที่ตลอดเวลา เคลื่อนจากบริเวณที่มีความหนาแน่นของพลังงานลมสูง ไหลไปยังที่ๆมีความหนาแน่นของพลังงานลมที่ต่ำกว่า เมื่อเราทำการกดนวดไล่ลมทำให้ลมที่อยู่บริเวณที่กดนวด สามารถเคลื่อนไหลออกนอกร่างกาย ตามทวาร ตามข้อกระดูก ตามรูขุมขุน ก็จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหล โดยการแพร่ การเฉื่อยของพลังงาน จากแนวเส้นที่กดนวด ให้ไหลออกนอกร่างกายได้
เมื่อธาตุลมในร่างกายเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ ก็จะนำพาพลังงานที่สั่งสมเข้ามาในร่างกายจากการใช้ชีวิตประจำวัน จากอุบัติเหตุ ให้เคลื่อนไหลออกไปด้วย อาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ก็จะค่อยๆทุเลา และหายได้ในที่สุด
ธาตุไฟ เป็นธาตุที่เราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยมือ แต่บางครั้งไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน
อาการที่เกิดจากธาตุดิน ธาตุน้ำ ไม่ปกติ เช่นกล้ามเนื้ออักเสบ มีฝี หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด จะทำให้ร่างกายเกิดไข้ มีอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าปกติ เมื่อเราใช้ปรอทวัดไข้ ซึ่งเป็นธาตุดินไปตรวจวัดอุณหภูมิ ก็จะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ได้ ( เพราะปรอทวัดไข้ก็คือธาตุดิน ใช้ตรวจวัดสัมผัสธาตุดิน ธาตุน้ำได้ จึงสามารถตรวจวัดการกำเริบของธาตุไฟได้ )
ในอีกกรณีหนึ่ง เมื่อธาตุลมขัดในร่างกาย ลมออกตามรูขุมขนไม่ได้ เราจะมีความรู้สึกแน่นเนื้อแน่นตัว ลมแน่นท้อง ปวดมึนศรีษะ จะรู้สึกร้อนๆอยู่ในร่างกาย บางครั้งวูบวาบ ปวดแสบปวดร้อน เมื่อเราใช้ปรอทวัดไข้ ซึ่งเป็นธาตุดินไปตรวจวัดอุณหภูมิ ก็ไม่สามารถตรวจวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นมานี้ได้ ( เพราะปรอทวัดไข้ก็คือธาตุดิน ใช้ตรวจวัดสัมผัสธาตุลมไม่ได้ ) ปรอทวัดไข้จึงไม่สามารถตรวจวัดการกำเริบของธาตุไฟที่เกิดจากการขัดของธาตุลมได้
ปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ ร่างกายเราจะได้อะไร
25 เมษายน 2562
วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562
นวดไล่ลม คลายพลังงาน
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
หลายๆคนที่เคยติดตามผมในหลายปีที่ผ่านมา คงเห็นว่าสิ่งที่ผมกล่าวถึงนั้น จะวนเวียนอยู่กับการอธิบายความเกี่ยวกับการนวดเส้นว่า การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่
การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ นั่นแสดงให้เห็นถึงทางกายภาพของการไหลเวียนภายในเส้นเลือด ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดแดง หรือเส้นเลือดดำ เส้นเลือดใหญ่ หรือเส้นเลือดฝอย ( ธาตุดิน ) ในเส้นเลือดนั้นเป็นแนวที่ธาตุน้ำคือเลือดแดง เลือดดำ เกิดการไหลเวียนกระจายไปตามแนวเส้น ไปทั่วร่างกาย ทุกอณูทุกขุมขน ที่เส้นเลือดไปถึง
ในเส้นเลือดนั้นเป็นแนวที่ธาตุลม เกิดการเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ไปทั่วร่างกาย ทุกอณูทุกขุมขน ที่เส้นเลือด ( แนวเส้น ) ไปถึง
ดังนั้น เมื่อร่างกายเราประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ มีธาตุดิน-ธาตุน้ำ-ธาตุลม-ธาตุไฟ แล้วในแนวเส้นก็มีทั้งเลือดและลมแล่นอยู่ การบำบัดอาการในร่างกายเรา เราจึงต้องบำบัดให้ธาตุทั้งสี่เกิดความสมดุลในตัวเองด้วย ถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งเกิดความไม่สมดุล ก็จะส่งผลกระทบไปยังธาตุอื่นๆด้วย
การที่ผมเน้นเรื่องการไหลเวียนของลม ว่าเมื่อเรากดนวดจะต้องทำให้ลมไหลเวียนออกนอกกาย เป็นความสมดุลของลมเข้า และลมที่ไหลออกนอกร่างกาย
การกดนวดไล่ลม ในมุมของผม ไม่ใช่กดนวดแล้วลมยังคงไหลเวียนเปลี่ยนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ยังคงเวียนวนอยู่ในร่างกายเรา
ในความหมายของนวดไล่ลม – คลายพลังงาน เมื่อเรากดนวดไล่ลม ทำให้ลมเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น แล้วเคลื่อนออกนอกร่างกายเรา ออกตามข้อกระดูก ตามทวาร และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ที่แนวเส้นลากผ่าน แล้วเมื่อลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ ลม ( พลังงาน ) ก็จะเหนี่ยวนำ นำพา พลังงานที่สั่งสมอยู่ภายในร่างกาย ให้เคลื่อนไหล เคลื่อนออกไปนอกร่างกายพร้อมกับธาตุลมที่เคลื่อนออกไป พลังงานที่เคลื่อนไหลออกไปกับลม เป็นพลังงานที่เข้ามาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เราวัยเด็ก จนถึงปัจจุบัน เช่น
เคยกระโดดจากที่สูงแล้วปวดหลัง ปวดเอว
เครียด ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งวัน นอนไม่หลับ อาการออฟฟิตซินโดรม
ใช้มือ ใช้นิ้วทำงานมาก ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อด ปวดข้อมือ
ยกของหนัก ทำให้เกิดอาการปวดหลัง-ปวดเอว อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทขา
ยืนมาก เดินมาก กระโดดจากที่สูงบ่อยๆ ล้มก้นกระแทก ทำให้ปวดหลัง ปวดเอว
ขาพลิก ขาแพลง เรื้อรัง มีอาการปวดแปลบๆอยู่ที่ตาตุ่ม
เกิดอุบัติเหตุ รถชน ตกจากที่สูง
ฯลฯ
อาการต่างๆนี้ เป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการที่พลังงานจากภายนอก กระทบเข้ามาในร่างกายเรา โดยธาตุลมในร่างกายเราเป็นแค่ตัวพาให้พลังงานนั้นๆเคลื่อนไหลเข้ามาในร่างกาย พลังงานนี้จะสั่งสมอยู่ในแนวเส้น และเมื่อเข้ามาแล้วเราไม่ได้นำพาพลังงานนี้ให้เคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไป พลังงานนี้ก็จะสั่งสมอยู่ตามแนวเส้น ตามช่องว่างต่างๆในร่างกาย ทุกอณูในร่างกาย
การนวดไล่ลม-คลายพลังงาน จึงเป็นการนวดเพื่อนำพาพลังงานที่กระทบ เข้ามาในร่างกาย ให้พลังงานนั้นๆเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไป ตัวพลังงานที่เข้ามานี้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราป่วยเรื้อรัง รักษาอย่างไรก็ไม่หาย
บำบัดอย่างไร หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทขา
23 เมษายน 2562
หลายๆคนที่เคยติดตามผมในหลายปีที่ผ่านมา คงเห็นว่าสิ่งที่ผมกล่าวถึงนั้น จะวนเวียนอยู่กับการอธิบายความเกี่ยวกับการนวดเส้นว่า การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่
การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ นั่นแสดงให้เห็นถึงทางกายภาพของการไหลเวียนภายในเส้นเลือด ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดแดง หรือเส้นเลือดดำ เส้นเลือดใหญ่ หรือเส้นเลือดฝอย ( ธาตุดิน ) ในเส้นเลือดนั้นเป็นแนวที่ธาตุน้ำคือเลือดแดง เลือดดำ เกิดการไหลเวียนกระจายไปตามแนวเส้น ไปทั่วร่างกาย ทุกอณูทุกขุมขน ที่เส้นเลือดไปถึง
ในเส้นเลือดนั้นเป็นแนวที่ธาตุลม เกิดการเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น ไปทั่วร่างกาย ทุกอณูทุกขุมขน ที่เส้นเลือด ( แนวเส้น ) ไปถึง
ดังนั้น เมื่อร่างกายเราประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ มีธาตุดิน-ธาตุน้ำ-ธาตุลม-ธาตุไฟ แล้วในแนวเส้นก็มีทั้งเลือดและลมแล่นอยู่ การบำบัดอาการในร่างกายเรา เราจึงต้องบำบัดให้ธาตุทั้งสี่เกิดความสมดุลในตัวเองด้วย ถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งเกิดความไม่สมดุล ก็จะส่งผลกระทบไปยังธาตุอื่นๆด้วย
การที่ผมเน้นเรื่องการไหลเวียนของลม ว่าเมื่อเรากดนวดจะต้องทำให้ลมไหลเวียนออกนอกกาย เป็นความสมดุลของลมเข้า และลมที่ไหลออกนอกร่างกาย
การกดนวดไล่ลม ในมุมของผม ไม่ใช่กดนวดแล้วลมยังคงไหลเวียนเปลี่ยนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ยังคงเวียนวนอยู่ในร่างกายเรา
ในความหมายของนวดไล่ลม – คลายพลังงาน เมื่อเรากดนวดไล่ลม ทำให้ลมเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น แล้วเคลื่อนออกนอกร่างกายเรา ออกตามข้อกระดูก ตามทวาร และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ที่แนวเส้นลากผ่าน แล้วเมื่อลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ ลม ( พลังงาน ) ก็จะเหนี่ยวนำ นำพา พลังงานที่สั่งสมอยู่ภายในร่างกาย ให้เคลื่อนไหล เคลื่อนออกไปนอกร่างกายพร้อมกับธาตุลมที่เคลื่อนออกไป พลังงานที่เคลื่อนไหลออกไปกับลม เป็นพลังงานที่เข้ามาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เราวัยเด็ก จนถึงปัจจุบัน เช่น
เคยกระโดดจากที่สูงแล้วปวดหลัง ปวดเอว
เครียด ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งวัน นอนไม่หลับ อาการออฟฟิตซินโดรม
ใช้มือ ใช้นิ้วทำงานมาก ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อด ปวดข้อมือ
ยกของหนัก ทำให้เกิดอาการปวดหลัง-ปวดเอว อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทขา
ยืนมาก เดินมาก กระโดดจากที่สูงบ่อยๆ ล้มก้นกระแทก ทำให้ปวดหลัง ปวดเอว
ขาพลิก ขาแพลง เรื้อรัง มีอาการปวดแปลบๆอยู่ที่ตาตุ่ม
เกิดอุบัติเหตุ รถชน ตกจากที่สูง
ฯลฯ
อาการต่างๆนี้ เป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการที่พลังงานจากภายนอก กระทบเข้ามาในร่างกายเรา โดยธาตุลมในร่างกายเราเป็นแค่ตัวพาให้พลังงานนั้นๆเคลื่อนไหลเข้ามาในร่างกาย พลังงานนี้จะสั่งสมอยู่ในแนวเส้น และเมื่อเข้ามาแล้วเราไม่ได้นำพาพลังงานนี้ให้เคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไป พลังงานนี้ก็จะสั่งสมอยู่ตามแนวเส้น ตามช่องว่างต่างๆในร่างกาย ทุกอณูในร่างกาย
การนวดไล่ลม-คลายพลังงาน จึงเป็นการนวดเพื่อนำพาพลังงานที่กระทบ เข้ามาในร่างกาย ให้พลังงานนั้นๆเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไป ตัวพลังงานที่เข้ามานี้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราป่วยเรื้อรัง รักษาอย่างไรก็ไม่หาย
บำบัดอย่างไร หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทขา
23 เมษายน 2562
วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน ( ตอนที่ 2 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน ( ตอนที่ 2 )
ป่วยอย่างไร ป่วยที่เกิดจาก อาการขัดของลมและพลังงาน
เคยไหมว่า ทำไมเรามีอาการตัวร้อนๆ ร้อนอยู่ภายในร่างกาย อาการร้อนนั้น อาจจะเป็นอาการร้อนวูบๆวาบๆ ร้อนเป็นที่ๆ อาการปวดแสบปวดร้อน
แต่อาการร้อนนั้น เมื่อใช้ปรอทวัดไข้ตรวจวัดไข้ดูแล้ว ปรากฎว่าไม่มีไข้ อุณหภูมิร่างกายเราปกติ
กินสมุนไพรฤทธิ์เย็นเช่นฟ้าทลายโจร น้ำใบย่านาง อาการร้อนข้างในนั้นก็ไม่คลาย ไม่ลดลง
ที่ผมเกริ่นขึ้นมานี้เพื่อให้เห็น ให้เป็นข้อสังเกตุถึงอาการที่ลมและพลังงาน เกิดการไม่ไหลเวียนออกนอกร่างกาย จะทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เกิดความร้อนขึ้นมาภายในร่างกาย
ลองนึดดูว่า เวลาที่เราป่วยไข้ กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกหัก ( ธาตุดิน ) อาการติดเชื้อในกระแสเลือด ( ธาตุน้ำ ) เวลาเราตรวจวัดด้วยปรอทวัดไข้ เราจะได้ผลออกมาคือ เรามีไข้ มีอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติ
แต่ในหลายๆครั้งที่เรารู้สึกตัวว่ามีอาการร้อนอยู่ภายใน และเมื่อเราตรวจวัดไข้ด้วยปรอทวัดไข้ ปรากฎว่าหลายๆครั้งผลที่ออกมาคือ ไม่มีไข้ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้
ร่างกายเราประกอบด้วยธาตุดินน้ำลมไฟ ธาตุทั้งสี่ต้องมีความสมดุลกัน ถ้าหากเกิดความไม่สมดุลเกิดขึ้นก็จะทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วยขึ้นมาได้
ธาตุลมในร่างกาย กระจายอยู่ทุกอณูของร่างกาย ลมเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น (เส้นเลือด) ลมเป็นเพียงผู้ที่จะนำพลังงานให้เข้า และพาพลังงานต่างๆที่เคยเข้ามาให้ออกนอกร่างกาย
เมื่อธาตุลมในร่างกายขัด ลมในร่างกายไม่สามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามข้อ ตามทวารต่างๆ และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ก็จะทำให้พลังงานที่แทรกซึมเข้ามาแล้ว คลายออกไปไม่ได้ เช่นกัน พลังงานจะถูกสั่งสมอยู่ในร่างกายเรา เมื่อพลังงานสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เราจึงรู้สึกตัวว่า มีอาการร้อนอยู่ภายใน
อาการที่ธาตุไฟกำเริบมาจากการขัดของธาตุลม จึงทำให้เราไม่สามารถวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วยปรอทวัดไข้ ที่เป็นธาตุดินได้ ผลที่ได้ก็คือ ไม่มีไข้
เมื่อเรากดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน ทำให้ลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ อาการร้อนนี้ หรือพลังงานที่สั่งสมอยู่นี้ ก็จะค่อยๆคลายลงไปเอง แล้วอาการตัวร้อนนั้น ก็จะดับลงไปในเวลานั้นเลย
20 เมษายน 2562
ป่วยอย่างไร ป่วยที่เกิดจาก อาการขัดของลมและพลังงาน
เคยไหมว่า ทำไมเรามีอาการตัวร้อนๆ ร้อนอยู่ภายในร่างกาย อาการร้อนนั้น อาจจะเป็นอาการร้อนวูบๆวาบๆ ร้อนเป็นที่ๆ อาการปวดแสบปวดร้อน
แต่อาการร้อนนั้น เมื่อใช้ปรอทวัดไข้ตรวจวัดไข้ดูแล้ว ปรากฎว่าไม่มีไข้ อุณหภูมิร่างกายเราปกติ
กินสมุนไพรฤทธิ์เย็นเช่นฟ้าทลายโจร น้ำใบย่านาง อาการร้อนข้างในนั้นก็ไม่คลาย ไม่ลดลง
ที่ผมเกริ่นขึ้นมานี้เพื่อให้เห็น ให้เป็นข้อสังเกตุถึงอาการที่ลมและพลังงาน เกิดการไม่ไหลเวียนออกนอกร่างกาย จะทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เกิดความร้อนขึ้นมาภายในร่างกาย
ลองนึดดูว่า เวลาที่เราป่วยไข้ กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกหัก ( ธาตุดิน ) อาการติดเชื้อในกระแสเลือด ( ธาตุน้ำ ) เวลาเราตรวจวัดด้วยปรอทวัดไข้ เราจะได้ผลออกมาคือ เรามีไข้ มีอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติ
แต่ในหลายๆครั้งที่เรารู้สึกตัวว่ามีอาการร้อนอยู่ภายใน และเมื่อเราตรวจวัดไข้ด้วยปรอทวัดไข้ ปรากฎว่าหลายๆครั้งผลที่ออกมาคือ ไม่มีไข้ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้
ร่างกายเราประกอบด้วยธาตุดินน้ำลมไฟ ธาตุทั้งสี่ต้องมีความสมดุลกัน ถ้าหากเกิดความไม่สมดุลเกิดขึ้นก็จะทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วยขึ้นมาได้
ธาตุลมในร่างกาย กระจายอยู่ทุกอณูของร่างกาย ลมเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้น (เส้นเลือด) ลมเป็นเพียงผู้ที่จะนำพลังงานให้เข้า และพาพลังงานต่างๆที่เคยเข้ามาให้ออกนอกร่างกาย
เมื่อธาตุลมในร่างกายขัด ลมในร่างกายไม่สามารถไหลเวียนออกนอกร่างกายตามข้อ ตามทวารต่างๆ และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ก็จะทำให้พลังงานที่แทรกซึมเข้ามาแล้ว คลายออกไปไม่ได้ เช่นกัน พลังงานจะถูกสั่งสมอยู่ในร่างกายเรา เมื่อพลังงานสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ธาตุไฟกำเริบขึ้น เราจึงรู้สึกตัวว่า มีอาการร้อนอยู่ภายใน
อาการที่ธาตุไฟกำเริบมาจากการขัดของธาตุลม จึงทำให้เราไม่สามารถวัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วยปรอทวัดไข้ ที่เป็นธาตุดินได้ ผลที่ได้ก็คือ ไม่มีไข้
เมื่อเรากดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน ทำให้ลมเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายได้ อาการร้อนนี้ หรือพลังงานที่สั่งสมอยู่นี้ ก็จะค่อยๆคลายลงไปเอง แล้วอาการตัวร้อนนั้น ก็จะดับลงไปในเวลานั้นเลย
20 เมษายน 2562
วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร ( ตอนที่ 1 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
( ตอนที่ 1 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของการนวดแผนไทย เป็นการนวดปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ในร่างกายเรา ธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ โดยจะเน้นการปรับสมดุลธาตุลมเป็นหลัก การกดนวดไล่ลม เป็นวิธีการกดนวดที่ไม่มีในตำรา เป็นภาคปฏิบัติในการกดนวดที่จะทำให้ลมเคลื่อนไหลออกจากร่างกาย เป็นการเติมเต็ม ช่วยเสริมการบำบัดในวิธีการต่างๆ โดยเข้าไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับลมและพลังงานที่ขัดในเส้น เป็นการกดนวดที่เป็นรูปธรรม เมื่อลมไหลเวียนออกนอกร่างกายได้เป็นปกติ พลังงานที่เคยซึมซับเข้ามา และเก็บสั่งสมอยู่ในแนวเส้น ตามท่อนกระดูก ในช่องท้อง กระโหลกศีรษะ ในร่างกายภายใต้ผิวหนังของเรา พลังงานที่ซึมซับเข้ามาก็จะเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไปได้ อาการป่วยเรื้อรังก็จะทุเลา และหายได้ในที่สุด
การกดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นการกดนวดที่จุดๆเดียว เรากดนวดโดยใช้อุ้งมือ เข่า หรือเท้า กดลงบริเวณขาท่อนบน เมื่อเรายกอุ้งมือ ยกเข่า หรือยกเท้าขึ้นมาจากจุดที่กด ลมในแนวเส้นจะไหลเวียนออกนอกกาย เริ่มตั้งแต่ออกข้อเข่า ข้อเท้า ข้อกระดูกเท้า แล้วลมจะวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้า
เมื่อลมวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้าแล้ว ในขณะเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้นด้านบนร่างกาย จะค่อยๆวิ่งผ่านข้อกระดูกบริเวณสะโพก ก้นกบ แนวกระดูกสันหลัง วิ่งผ่านไปออกแนวบ่า ข้อสะบัก แขน แนวข้อศอก ข้อมือ ข้อกระดูกมือ ข้อกระดูกนิ้วมือ วิ่งร้อนออกสุดปลายมือ
เมื่อลมวิ่งร้อนออกปลายเท้า วิ่งร้อนออกปลายมือแล้ว ในเวลาเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลผ่านไปกระดูกคอ ไปออกตามทวาร ปาก หู ตา จมูก วิ่งร้อนผ่านไปตามแนวเส้นในช่องกระโหลกศีรษะ จนสุดท้ายวิ่งร้อนผ่านทะลุออกนอกศีรษะ
เรากดที่ขาท่อนบนแค่จุดเดียว สามารถทะลุทะลวงลมตามแนวเส้น ให้เคลื่อนไหลไปออกที่ขา ปลายเท้า แล้วเคลื่อนไหลไปด้านบน ไปออกที่แขน ปลายมือ และเคลื่อนไหลขึ้นไปออกด้านบนศีรษะในที่สุด ทำให้การไหลเวียนของลมในแนวเส้น ตลอดซีกร่างกายที่เรากดนวด รูขุมขนกลับมาเปิดเป็นปกติ
สังเกตอย่างไร อาการที่เกิดจากการขัดของลม-พลังงาน
13 มีนาคม 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
( ตอนที่ 1 )
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของการนวดแผนไทย เป็นการนวดปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ในร่างกายเรา ธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ โดยจะเน้นการปรับสมดุลธาตุลมเป็นหลัก การกดนวดไล่ลม เป็นวิธีการกดนวดที่ไม่มีในตำรา เป็นภาคปฏิบัติในการกดนวดที่จะทำให้ลมเคลื่อนไหลออกจากร่างกาย เป็นการเติมเต็ม ช่วยเสริมการบำบัดในวิธีการต่างๆ โดยเข้าไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับลมและพลังงานที่ขัดในเส้น เป็นการกดนวดที่เป็นรูปธรรม เมื่อลมไหลเวียนออกนอกร่างกายได้เป็นปกติ พลังงานที่เคยซึมซับเข้ามา และเก็บสั่งสมอยู่ในแนวเส้น ตามท่อนกระดูก ในช่องท้อง กระโหลกศีรษะ ในร่างกายภายใต้ผิวหนังของเรา พลังงานที่ซึมซับเข้ามาก็จะเคลื่อนไหลออกนอกร่างกายไปได้ อาการป่วยเรื้อรังก็จะทุเลา และหายได้ในที่สุด
การกดนวดไล่ลม-คลายพลังงาน เป็นการกดนวดที่จุดๆเดียว เรากดนวดโดยใช้อุ้งมือ เข่า หรือเท้า กดลงบริเวณขาท่อนบน เมื่อเรายกอุ้งมือ ยกเข่า หรือยกเท้าขึ้นมาจากจุดที่กด ลมในแนวเส้นจะไหลเวียนออกนอกกาย เริ่มตั้งแต่ออกข้อเข่า ข้อเท้า ข้อกระดูกเท้า แล้วลมจะวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้า
เมื่อลมวิ่งร้อนออกสุดปลายเท้าแล้ว ในขณะเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลไปตามแนวเส้นด้านบนร่างกาย จะค่อยๆวิ่งผ่านข้อกระดูกบริเวณสะโพก ก้นกบ แนวกระดูกสันหลัง วิ่งผ่านไปออกแนวบ่า ข้อสะบัก แขน แนวข้อศอก ข้อมือ ข้อกระดูกมือ ข้อกระดูกนิ้วมือ วิ่งร้อนออกสุดปลายมือ
เมื่อลมวิ่งร้อนออกปลายเท้า วิ่งร้อนออกปลายมือแล้ว ในเวลาเดียวกัน ลมก็จะค่อยๆเคลื่อนไหลผ่านไปกระดูกคอ ไปออกตามทวาร ปาก หู ตา จมูก วิ่งร้อนผ่านไปตามแนวเส้นในช่องกระโหลกศีรษะ จนสุดท้ายวิ่งร้อนผ่านทะลุออกนอกศีรษะ
เรากดที่ขาท่อนบนแค่จุดเดียว สามารถทะลุทะลวงลมตามแนวเส้น ให้เคลื่อนไหลไปออกที่ขา ปลายเท้า แล้วเคลื่อนไหลไปด้านบน ไปออกที่แขน ปลายมือ และเคลื่อนไหลขึ้นไปออกด้านบนศีรษะในที่สุด ทำให้การไหลเวียนของลมในแนวเส้น ตลอดซีกร่างกายที่เรากดนวด รูขุมขนกลับมาเปิดเป็นปกติ
สังเกตอย่างไร อาการที่เกิดจากการขัดของลม-พลังงาน
13 มีนาคม 2562
วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2562
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน (นวดเส้น)
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน
การนวดเส้น
กว่า13ปี 8เดือน ที่คลุกคลีในอาชีพหมอนวด โดยเน้นนวดบำบัดอาการที่เกิดจากการขัดของลมเป็นหลัก เริ่มต้นจากความรู้เกี่ยวกับการนวด เป็นการนวดแนวเส้น กึ่งราชสำนัก ที่ได้ร่ำเรียนมาจากศูนย์ฝึกวิชาชีพกรุงเทพมหานคร( วัดวรจรรยาวาส )
ศาสตร์การนวดแผนไทย โดยเฉพาะการนวดบำบัดอาการ เป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน เราจะเคยได้ยินว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราเป็นโรคเวรโรคกรรม บางคนเจ็บป่วยมาเป็นสิบๆปี ตะเวนไปรักษาตัว จะไกลแค่ไหนถ้ารู้ก็จะหาทาง หาวิธีที่จะไปรักษา ไม่มีเงินก็ต้องไปหาเงิน ไม่มีเวลาก็จะหาเวลา เพื่อที่ได้ไปรักษา แต่ก็ใช่ว่าจะรักษาให้หายได้ สุดท้ายก็ยังเจ็บป่วยในอาการเดิมต่อเนื่องไปอีก
บางคนเจ็บป่วยมานานหลายๆปี พอถึงเวลา ก็มีเหตุทำให้รู้ว่าจะต้องรักษาด้วยวิธีนั้น วิธีนี้ หรือเห็นคนอื่นรักษาอยู่ บังเอิญตัวเราเองไปที่นั่นด้วย แล้วเกิดอยากจะนวดจะรักษาขึ้นมา เมื่อบำบัดอาการไปแล้ว อาการที่เรื้อรังมา ก็ทุเลา และหายได้ในที่สุด
ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ การเจ็บป่วยของคนเรา ในบางครั้งอาการลมขัด และอาการปวดข้างในแนวเส้นลึกๆ เมื่อเราขอขมากรรม และทำสมาธิแผ่บุญกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังเบียดเบียนเราอยู่ ปรากฎว่าอาการปวดลึกๆในแนวเส้นจะหายไป อาการบาดเจ็บที่เคยรักษาไม่ได้ ก็จะรักษาได้
ร่างกายคนเราประกอบด้วยธาตุสี่ คือดินน้ำลมไฟ ส่วนมากแล้วที่เราบำบัดรักษาอาการไม่หาย เรื้อรังมาเป็นเวลาสิบๆปี ก็เนื่องมาจากการที่เรารู้จักลมในกายเราตามตำราที่เคยเรียนรู้มา แต่ในขณะที่เราบำบัดอาการนั้นเราไม่สามารถสัมผัส ไม่สามารถแตะต้องธาตุลมในกายคนไข้ได้ เราเพียงแต่รู้และเข้าใจว่าลมชื่อนี้..... ทำให้อาการของโรคลมนี้... กำเริบขึ้น จึงทำให้การบำบัดอาการเกี่ยวกับลมในร่างกายเป็นเรื่องที่ยาก จับต้นชนปลายไม่ถูก
เรื่องของธาตุลมในร่างกายเรา เกี่ยวเนื่องกับหลายๆสิ่งที่เราสัมผัสไม่ได้ แต่เราพอจะเข้าใจได้ เพราะจริงๆแล้วเป็นสภาวะที่เราสามารถอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็คือเรื่องของพลังงานที่ซึมซับ สะเทือนเข้ามาในร่างกาย พลังงานที่เข้ามานี้เก็บสั่งสมอยู่ภายในร่างกายเรา
และยังมีพลังงานอีกประเภทหนึ่งที่อยู่ในกายเรา คือดวงจิตที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ที่เราเคยได้ยินว่าทำไมเวลาที่เราไปถือศีล ปฏิบัติธรรมก็ช่วยรักษาอาการป่วยได้
การที่เราจะบำบัดอาการของผู้ป่วยให้หายได้ เป็นการเข้าไปตัดกรรม ที่เจ้ากรรมนายเวรกำลังเบียดเบียนผู้ป่วยอยู่ ผู้ที่จะเป็นผู้บำบัดจึงต้องมีจิตที่เมตตา เป็นเป็นผู้ที่ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม เท่าที่เราจะปฏิบัติได้ และยังต้องน้อมนำอานุภาพคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระอริยสงฆ์ เป็นสรณะอันสูงสุด
และน้อมนำอานุภาพครูบาอาจารย์ทางการแพทย์แผนไทย องค์ปู่ชีวกโกมารภัจจ์ องค์ปู่ฤษีต่างๆ รวมทั้งครูบาอาจารย์ทางการแพทย์ทุกสาขาอาชีพ เป็นพลัง เป็นปัญญาที่จะบำบัดอาการผู้ป่วย
และสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่คนเราเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำให้เราสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง เกิดทุพลภาพ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ก็เพราะเจ้ากรรมนายเวรเบียดเบียนเราอยู่ เราจึงควรจะกล่าวบทขอขมากรรมบ่อยๆ เพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรคลายความอาฆาตแค้นลงมา
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
06 มีนาคม 2562
การนวดเส้น
กว่า13ปี 8เดือน ที่คลุกคลีในอาชีพหมอนวด โดยเน้นนวดบำบัดอาการที่เกิดจากการขัดของลมเป็นหลัก เริ่มต้นจากความรู้เกี่ยวกับการนวด เป็นการนวดแนวเส้น กึ่งราชสำนัก ที่ได้ร่ำเรียนมาจากศูนย์ฝึกวิชาชีพกรุงเทพมหานคร( วัดวรจรรยาวาส )
ศาสตร์การนวดแผนไทย โดยเฉพาะการนวดบำบัดอาการ เป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน เราจะเคยได้ยินว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราเป็นโรคเวรโรคกรรม บางคนเจ็บป่วยมาเป็นสิบๆปี ตะเวนไปรักษาตัว จะไกลแค่ไหนถ้ารู้ก็จะหาทาง หาวิธีที่จะไปรักษา ไม่มีเงินก็ต้องไปหาเงิน ไม่มีเวลาก็จะหาเวลา เพื่อที่ได้ไปรักษา แต่ก็ใช่ว่าจะรักษาให้หายได้ สุดท้ายก็ยังเจ็บป่วยในอาการเดิมต่อเนื่องไปอีก
บางคนเจ็บป่วยมานานหลายๆปี พอถึงเวลา ก็มีเหตุทำให้รู้ว่าจะต้องรักษาด้วยวิธีนั้น วิธีนี้ หรือเห็นคนอื่นรักษาอยู่ บังเอิญตัวเราเองไปที่นั่นด้วย แล้วเกิดอยากจะนวดจะรักษาขึ้นมา เมื่อบำบัดอาการไปแล้ว อาการที่เรื้อรังมา ก็ทุเลา และหายได้ในที่สุด
ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ การเจ็บป่วยของคนเรา ในบางครั้งอาการลมขัด และอาการปวดข้างในแนวเส้นลึกๆ เมื่อเราขอขมากรรม และทำสมาธิแผ่บุญกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังเบียดเบียนเราอยู่ ปรากฎว่าอาการปวดลึกๆในแนวเส้นจะหายไป อาการบาดเจ็บที่เคยรักษาไม่ได้ ก็จะรักษาได้
ร่างกายคนเราประกอบด้วยธาตุสี่ คือดินน้ำลมไฟ ส่วนมากแล้วที่เราบำบัดรักษาอาการไม่หาย เรื้อรังมาเป็นเวลาสิบๆปี ก็เนื่องมาจากการที่เรารู้จักลมในกายเราตามตำราที่เคยเรียนรู้มา แต่ในขณะที่เราบำบัดอาการนั้นเราไม่สามารถสัมผัส ไม่สามารถแตะต้องธาตุลมในกายคนไข้ได้ เราเพียงแต่รู้และเข้าใจว่าลมชื่อนี้..... ทำให้อาการของโรคลมนี้... กำเริบขึ้น จึงทำให้การบำบัดอาการเกี่ยวกับลมในร่างกายเป็นเรื่องที่ยาก จับต้นชนปลายไม่ถูก
เรื่องของธาตุลมในร่างกายเรา เกี่ยวเนื่องกับหลายๆสิ่งที่เราสัมผัสไม่ได้ แต่เราพอจะเข้าใจได้ เพราะจริงๆแล้วเป็นสภาวะที่เราสามารถอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็คือเรื่องของพลังงานที่ซึมซับ สะเทือนเข้ามาในร่างกาย พลังงานที่เข้ามานี้เก็บสั่งสมอยู่ภายในร่างกายเรา
และยังมีพลังงานอีกประเภทหนึ่งที่อยู่ในกายเรา คือดวงจิตที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ที่เราเคยได้ยินว่าทำไมเวลาที่เราไปถือศีล ปฏิบัติธรรมก็ช่วยรักษาอาการป่วยได้
การที่เราจะบำบัดอาการของผู้ป่วยให้หายได้ เป็นการเข้าไปตัดกรรม ที่เจ้ากรรมนายเวรกำลังเบียดเบียนผู้ป่วยอยู่ ผู้ที่จะเป็นผู้บำบัดจึงต้องมีจิตที่เมตตา เป็นเป็นผู้ที่ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม เท่าที่เราจะปฏิบัติได้ และยังต้องน้อมนำอานุภาพคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระอริยสงฆ์ เป็นสรณะอันสูงสุด
และน้อมนำอานุภาพครูบาอาจารย์ทางการแพทย์แผนไทย องค์ปู่ชีวกโกมารภัจจ์ องค์ปู่ฤษีต่างๆ รวมทั้งครูบาอาจารย์ทางการแพทย์ทุกสาขาอาชีพ เป็นพลัง เป็นปัญญาที่จะบำบัดอาการผู้ป่วย
และสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่คนเราเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำให้เราสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง เกิดทุพลภาพ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ก็เพราะเจ้ากรรมนายเวรเบียดเบียนเราอยู่ เราจึงควรจะกล่าวบทขอขมากรรมบ่อยๆ เพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรคลายความอาฆาตแค้นลงมา
นวดไล่ลม-คลายพลังงาน คืออะไร
06 มีนาคม 2562
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





