วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ก้อนลมที่เต้านม กรณีที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อแขน

ผมขอแชร์ประสบการณ์คนป่วยอีกรายหนึ่ง ที่มีก้อนกลมๆ ตรงบริเวณเต้านมด้านติดกับรักแร้ คนป่วยมีความรู้สึกไม่แน่ใจว่าก้อนกลมๆที่อยู่บริเวณเต้านมนั้นคืออะไร เนื้องอกธรรมดา หรือเนื้อร้าย จนได้ลองนวดให้ลมเดิน ลมไหลออกนอกกาย ถึงได้รู้ว่าก้อนที่กดดูแล้วยุบลง เคลื่อนไหว และเปลี่ยนตำแหน่งได้ นั้นคืออาการที่เกิดจากการขัดของลมในกาย
คนป่วยรายนี้อยู่แถวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแม่ค้าที่ทำขนมขาย ต้องใช้แขนในการกวนขนมบนกระทะมาหลายปี มีอาการตึงบริเวณข้อมือ ตึงแขน ปวดบ่าอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว จนไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เกิดมีก้อนกลมๆเกิดขึ้นบริเวณเต้านม ซีกใกล้รักแร้ เวลาผ่านมาหลายเดือน ก้อนกลมๆที่เล็กอยู่นี้ก็ค่อยๆโตขึ้นมา มีขนาดเท่าลูกชิ้น เวลากดลงไปที่ก้อนกลมๆนั้นก็จะยุบลงไม่แข็งเป็นก้อน คนป่วยไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร กลัวว่าจะเป็นเนื้องอก ปรึกษาว่าจะไปพบแพทย์แผนปัจจุบัน กับแพทย์ที่เคยรักษากันประจำ
หลังจากที่พูดคุยเพื่อหาข้อมูล จึงสันนิษฐานว่าก้อนกลมนี้ เกิดจากการที่ลมขัด ลมไหลเวียนไม่ได้ในแนวแขน ซึ่งเริ่มเกิดตั้งแต่การที่คนป่วยใช้แรงในการกวนขนมในกระทะ ในเวลาหลายปีที่ผ่านมา อาการที่กล้ามเนื้อตั้งแต่มือ แขน บ่า แข็งตึง อ่อนล้า กล้ามเนื้อบาดเจ็บทำให้เลือดลมไหลเข้าแล้วออกนอกกายไม่ได้ จึงค่อยๆมีอาการขัด อาการตึงปวดตั้งแต่ปลายมือ แขน บ่าไหล่ จนถึงข้อบริเวณประตูลมที่แขน บริเวณไหปลาร้า และจากบริเวณที่เกิดก้อนกลมๆนั้นก็อยู่บนเต้านม ฝั่งติดกับรักแร้ ซึ่งเป็นบริเวณแนวต่อเนื่องที่อาการตึงสะสมจากมือเข้ามาถึงแนวบ่า
จึงสันนิษฐานว่า คืออาการขัดของลมตามแนวแขน เป็นการไหลเวียนไม่ได้ของลมในแนวท่อนแขนไปถึงบริเวณประตูลมแขน ใกล้ไหปลาร้า แล้วลมที่ขัดไปสุดที่เต้านมฝั่งรักแร้
ในผู้ป่วยรายนี้ เมื่อกดลงบริเวณแนวเส้นแขนเหนือข้อพับข้อมือ ระยะเวลาหนึ่งคนป่วยบอกว่า ที่ก้อนกลมมีเหมือนเหงื่อผุดออกมา และสักครู่หนึ่งขนาดของก้อนกลมเมื่อลองกดดู มีขนาดเล็กลง และนิ่มลงไปจากเดิม ทำให้ลมที่ขัดค้างคาอยู่ที่แนวแขน ประตูลมแขน จนถึงบริเวณเต้านม ไหลเวียนออกนอกกายได้เป็นปกติ ปรากฏว่าก้อนกลมๆ มีขนาดเล็กลง และค่อยๆยุบลงไป

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ก้อนลมที่เต้านม จากอุบัติเหตุ

ก้อนลมที่เต้านม กรณีที่เกิดจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

        ผมขอแชร์ประสบการณ์คนป่วย ที่มีก้อนกลมๆ ตรงบริเวณเต้านมด้านติดกับรักแร้ คนป่วยมีความรู้สึกไม่แน่ใจว่าก้อนกลมๆที่อยู่บริเวณเต้านมนั้นคืออะไร เนื้องอกธรรมดา หรือเนื้อร้าย จนได้ลองนวดให้ลมเดิน ลมไหลออกนอกกาย ถึงได้รู้ว่าก้อนที่กดดูแล้วยุบลง เคลื่อนไหว และเปลี่ยนตำแหน่งได้ นั้นคืออาการที่เกิดจากการขัดของลมในกาย
      คนป่วยรายนี้อยู่แถวจังหวัดสมุทรปราการ เคยเกิดอุบัติเหตุเดินสะดุดจะไถลตกบันได ขณะเดินลงบันไดสะพานลอย บังเอิญใช้มือคว้าราวบันไดได้ทัน จึงทำให้ไม่กลิ้งตกลงไป แต่ทำให้มีอาการตึงบริเวณแขนนั้น
     หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านมาประมาณ 1 - 2 เดือน คนป่วยรู้สึกว่า บริเวณเต้านมด้านที่ติดกับรักแร้ มีก้อนกลมๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร กลัวว่าจะเป็นเนื้องอก ปรึกษาว่าจะไปพบแพทย์แผนปัจจุบัน กับแพทย์ที่เคยรักษากันประจำ หลังจากที่พูดคุยกันเพื่อหาข้อมูล จึงมีข้อมูลเบื้องต้นว่า
           ก้อนกลมนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุ แขนกระชาก 1-2เดือนที่ผ่านมา
           ตำแหน่งของก้อนกลมอยู่ซีกเดียวกันกับแนวแขนที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุ
           ก้อนกลมไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน เวลากดแล้วยุบ เคลื่อนเปลี่ยนไปตำแหน่งอื่นได้
     ในขั้นแรก สันนิษฐานว่าก้อนกลมนี้ เกิดจากการที่ลมขัด ลมไหลเวียนไม่ได้ในแนวแขน ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เกิดการกระชากของแขน เพื่อดึงรั้งลำตัวไม่ให้ไถลตกบันได แรงที่เกิดจากการกระชากนั้นสะท้อนกลับเข้ามาในกายเราตามท่อนแขน ( แรงสะท้อนที่ว่านี้เหมือนกับเวลาที่เรายิงปืนไปข้างหน้า จะมีแรงสะท้อนผลักกลับตัวเราให้ถอยหลังไป ) สุดท่อนแขนก็คือประตูลมบริเวณรักแร้ แรงสะท้อนมาสิ้นสุดบริเวณแนวรอบๆข้อกระดูกแขนที่เชื่อมกับลำตัวบริเวณบ่า สะบัก ไหปลาร้า
     และบริเวณที่เกิดก้อนกลมๆนั้นก็อยู่บนเต้านม ซีกติดกับรักแร้ ซึ่งเป็นบริเวณแนวสุดของแรงสะท้อนที่ตีกลับเข้ามาตามแนวแขนตอนเกิดอุบัติเหตุ จึงสรุปว่า คืออาการขัดของลมตามแนวแขน เป็นการไหลเวียนไม่ได้ของลมในแนวท่อนแขนไปถึงบริเวณประตูลมแขน ใกล้ไหปลาร้า แล้วลมขัดไปถึงบริเวณเต้านมฝั่งรักแร้
      จึงลองนวดไล่ลมที่ท่อนแขน ทำให้ลมเคลื่อนตัว ลมร้อนวิ่งออกปลายแขนได้ ปรากฏว่าก้อนกลมๆ มีขนาดเล็กลง และยุบหายไปในที่สุด


วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความตึงภายในแนวเส้น

ความตึงภายในแนวเส้น
   ความตึงภายในแนวเส้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นนามธรรม อธิบายยาก คงต้องยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับสิ่งของที่เราเห็นอยู่ตามธรรมชาติ เช่น สายประคำเส้นหนึ่ง เมื่อเราเข้าใจว่าทำไมสายประคำ ที่มีลูกประคำเรียงร้อยอยู่ เมื่อมีแรงมากระทบ จะทำให้การเรียงตัวของลูกประคำเปลี่ยนไป จนทำให้รูปลักษณ์ของเส้นสายที่เรียงร้อยลูกประคำอยู่นั้นเปลี่ยนแปลงไป
    เมื่อเรานำสายประคำเส้นเดียวกันนี้ ตัดให้ขาดจากเส้นวงกลม ยืดสายประคำให้เป็นเส้นตรง สายประคำปลายข้างหนึ่งผูกปลาย สายอีกข้างหนึ่งปล่อยชาย เหลือเชือกที่ไม่ได้ร้อยลูกประคำ
        เปรียบสายที่เรียงร้อยลูกประคำเป็นแนวกระดูกสันหลังที่อยู่ในแนวปกติ
        ส่วนลูกประคำให้เปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง
         ช่องว่างระหว่างลูกประคำ ก็เปรียบเสมือนแนวหมอนรองกระดูก
   ในสภาวะปกติ เชือกที่เรียงร้อยอยู่ในแนวเส้นตรงก็คือความตึงของสายที่ใช้ร้อยลูกประคำมีค่าเป็นศูนย์  วันใดวันหนึ่งถ้าเราดึงแนวเชือกที่ตรงอยู่นี้ให้โค้งงอ ก็จะทำให้แนวเชือกกลายเป็นเส้นโค้ง ลูกประคำก็จะเบียดกันมากขึ้น ถ้าเราไม่คลายแรงดึงออกไป แนวของสายประคำที่โค้งอยู่ก็จะคงสภาพนั้น และจะโค้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
     สำหรับอาการตึงของเส้นนั้น ก็คือพลังงาน เมื่อร่างกายบาดเจ็บ
ลมขัดอยู่ในแนวนั้น ถ้าเราไม่บำบัดให้อาการขัดของลมคลายตัวออกไป ก็จะเก็บสะสมอยู่ตามแนวอาการ จนบางครั้งทำให้เกิดอาการตึง เมื่อยล้า ปวดแสบปวดร้อน กลไกของร่างกายจะสร้างพังผืดมาคลุมกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ และการที่มีอาการบาดเจ็บเรื้อรังพังผืดก็จะเพิ่มหนาขึ้นเรื่อย พังผืดที่เกาะบริเวณข้อกระดูกยิ่งหนาขึ้นก็จะทำให้การขยับข้อไม่ดี เหมือนการที่เราสวมกางเกงขายาว10ตัว เดินขึ้นบันได จะเมื่อยและลำบากมากในการก้าวเดิน

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แก้อาการขาแพลง

การบำบัดอาการเรื้อรังที่ข้อเท้า ( ข้อเท้าแพลง )
      เราอาจเคยข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง เรื้อรังมาเป็นเวลา 20-30ปีที่แล้ว แม้ในปัจจุบันอาการบวมที่ข้อเท้าจะหายแล้ว เราเดินได้ตามปกติเหมือนไม่มีอาการแล้ว ในบางครั้งเราจะรู้สึกว่ามีอาการเสียวแปลบๆ ลึกๆอยู่ที่ข้อตาตุ่ม อาการนี้เกิดจากการขัดของลม ที่เกิดบริเวณข้อเท้าที่เรายังไม่ได้บำบัดให้ลมในเส้นไหลเวียนได้เป็นปกติ  
ท่านวดที่บำบัดอาการนี้ให้คนป่วยอยู่ในท่านอนหงาย และท่านอนคว่ำ
        แนวเส้นที่ใช้แก้อาการนี้คือ แนวที่ลากผ่านโดยตรง ผ่านบริเวณข้อเท้า โดยกดนวดบริเวณแนวด้านบน เหนือบริเวณที่ปวดบวม ยังไม่ต้องกดที่บริเวณข้อตาตุ่ม คือเริ่มไล่ตั้งแต่ขาท่อนบนกระทุ้งลมให้ผ่านข้อเข่า ขาท่อนล่างกระทุ้งลมให้ผ่านข้อตาตุ่ม ข้อกระดูกเท้า ข้อกระดูกนิ้วเท้า
    เมื่อเรากดนวดไล่ลมที่ขัดอยู่บริเวณแนวเส้นขา จะมีปฏิกิริยาของการนวดไล่กระทุ้งอาการขัดของลมเริ่มตั้งแต่แนวขาท่อนบน กระทุ้งบริเวณข้อหัวเข่า แนวขาท่อนล่าง กระทุ้งบริเวณข้อตาตุ่ม บริเวณฝ่าเท้า หลังเท้า ข้างเท้าด้านนอก เมื่อลมที่ขัดอยู่ทะลุทะลวงไหลเวียนออกไปถึงแนวเท้า บริเวณตาตุ่มนอกแล้ว  อาการข้อเท้าแพลงเรื้อรังก็จะหายไป
                 
    ในกรณีที่เกิดอาการขาแพลงปัจจุบันทันด่วน เราสามารถนวดบำบัดอาการได้ทันที เราจะไม่ไปกดคลึงบริเวณที่มีอาการบวมตึงอยู่ เราจะกดไล่ลมที่อั้นอยู่บริเวณเหนือที่มีอาการ คือกดไล่ที่ขาท่อนบน และขาท่อนล่าง เพื่อกระทุ้งไล่ให้ลมแล่นผ่านข้อตาตุ่มออกไป หลังการบำบัด การเดินของคนป่วยจะดีขึ้นประมาณ 20% จะยังไม่เห็นเด่นชัด การเดินยังมีอาการแพลง เจ็บอยู่ที่ข้อตาตุ่มนอก คนป่วยต้องพักผ่อน หยุดเดิน ให้นอนพัก
( การฟื้นตัวของอาการนี้ นอนพักผ่อนให้เต็มที่ บางคนอาการขาแพลงหายในชั่วข้ามคืน วันรุ่งขึ้นเดินได้เหมือนคนปกติ )

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พังผืดยึด

   ร่างกายเรา ท่อนกระดูกสองท่อนที่เชื่อมต่อกัน ข้อกระดูก เป็นตัวเชื่อมให้ท่อนกระดูกทั้งสองยึดติดกัน และบริเวณที่เป็นข้อ เป็นบริเวณที่ลมจะไหลเวียนออกนอกร่างกายได้
    ร่างกายเรา เส้นเลือดทั่วร่างกาย เมื่อผ่านจากท่อนกระดูกหนึ่ง ไปยังอีกท่อนกระดูกหนึ่ง เส้นเลือดที่ไหลผ่านข้อกระดูกนี้ เป็นเส้นเลือดเส้นเดียวกัน
และก็คือแนวเส้นเดียวกันที่ต่อเนื่องกัน
     เมื่อกล้ามเนื้อรอบๆกระดูกบาดเจ็บ ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บเพิ่มขึ้น   
     อาการบาดเจ็บนั้นรวมถึงการที่เราปวดเรื้อรัง ปวดเมื่อยเรื้อรัง กล้ามเนื้อบาดเจ็บแล้วยังฝืนใช้งานกล้ามเนื้อนั้นอีก รวมถึงการกินยาคลายเส้น ยาแก้ยอก ที่ยาเข้าไปกดความรู้สึกเจ็บเอาไว้ แต่อาการไม่หายไปไหน ยังสะสมทวีความรุนแรง และเพิ่มความบาดเจ็บมากขึ้นไปเรื่อยๆ  ชั้นพังผืดก็มากขึ้นเรื่อยๆ 
   เปรียบเสมือนกับเราใส่กางเกง 5ชั้น เมื่อเราโดนทำโทษ โดนตี เราจะรู้สึกว่าโดนตีแต่ไม่รู้สึกเจ็บ ถ้าเราค่อยๆถอดกางเกงออกจาก 5ชั้น เหลือ4ชั้น เหลือ3ชั้น เหลือ2ชั้น และจนเหลือชั้นสุดท้ายเราจะรู้สึกว่าการที่เราโดนตีนั้นเจ็บที่สุด ชั้นในสุดเปรียบเหมือนอาการที่เราเป็นแล้วยังไม่ได้แก้

         ยิ่งนานวันไป อาการเริ่มต้นจะฝังอยู่ภายในลึกมากขึ้น พังผืดหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นชั้นหนา ชั้นที่หนาขึ้นเรื่อยๆนี้จะไปมีผลต่อการขยับของกล้ามเนื้อนั้นๆ และถ้าอาการบาดเจ็บอยู่บริเวณข้อต่อกระดูกต่างๆ  มีผลทำให้การงอของข้อต่างๆไม่คล่องตัวเหมือนเมื่อก่อน นานวันเข้าแนวพังผืดที่เพิ่มชั้นมากขึ้น ส่งผลทำให้กระดูกแต่ละท่อน ขาดความยืดหยุ่น งอตามข้อไม่ได้

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เสียงดังที่เข่า

เสียงดังที่เข่า
    การนวดเส้น คือการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่      
    ลมไหลเวียนเข้าออกได้ทุกรูขุมขนของร่างกาย
    ลมออกตามข้อกระดูก ลมขัดตามท่อนกระดูก
   ในร่างกายเรา ท่อนกระดูกสองท่อนที่เชื่อมต่อกัน ข้อกระดูก เป็นตัวเชื่อมให้ท่อนกระดูกทั้งสองยึดติดกัน และบริเวณที่เป็นข้อ ตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย เป็นบริเวณที่ลมจะไหลเวียนออกนอกร่างกายได้
    ร่างกายเรา เส้นเลือดทั่วร่างกาย เมื่อผ่านจากท่อนกระดูกหนึ่ง ไปยังอีกท่อนกระดูกหนึ่ง เส้นเลือดที่ไหลผ่านข้อกระดูกนี้ เป็นเส้นเลือดเส้นเดียวกัน
     ดังนั้นถ้าลมในกายไหลเวียนดี ลมสามารถเคลื่อนตัวไปได้ตั้งแต่ ปลายเท้า ลำตัว แขน ศีรษะ
   ถ้าเราเกิดอาการบาดเจ็บบริเวณหน้าขา ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าขาบาดเจ็บ ลมไหลเวียนออกนอกกายได้ไม่ปกติ ลมที่ขัดอยู่บริเวณนั้นก็จะไปกดทับกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ถ้าไปขัดบริเวณเข่าก็ไปกดทับกล้ามเนื้อรอบๆหัวเข่า ทำให้เราปวดหัวเข่า จริงๆแล้วเราไม่ได้ปวดหัวเข่าแต่เราปวดกล้ามเนื้อรอบๆหัวเข่า ถ้าเราทำให้ลมที่ขัดอยู่ตามท่อนกระดูกไหลเวียนออกที่ข้อได้ อาการปวดตามข้อจะหายไปเอง

อาการข้างเคียงที่จะได้รับหลังจากที่เรานวดไล่ให้ลมไหลออกจากท่อนกระดูกคือ เราจะมีเสียงลมออกตามเข่า จึงไม่ใช่อาการเข่าเสื่อม
 

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การนวดที่เรื้อรัง

การนวดที่เรื้อรัง
     การนวดเส้น เป็นการนวดเส้นที่มีเลือดและลมแล่นอยู่ ดังนั้นการนวดที่ลมยังไม่มีการไหลเวียนออกนอกกาย ตามรูขุมขนต่างๆ จึงเป็นการนวดที่ยังไม่ครบขั้นตอน ก็จะทำให้อาการที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ ที่ได้นวดบำบัดแล้ว ยังไม่ได้ได้รับการบำบัดในเรื่องของลม ทำให้เกิดอาการเจ็บเรื้อรัง จะบำบัดในวิธีใดๆ จะนานแค่ไหน อาการลึกๆของลมที่ยังไม่ไหลเวียนก็จะคงเก็บอยู่ 10ปี 20ปี ฯลฯ อาการที่ปวดเสียวลึกๆก็ยังคงอยู่ เช่นอาการข้อเท้าแพลง เรารักษาหายแล้ว แต่เวลาเดินก็ยังมีอาการเสียวแปลบๆ ลึกๆ ในข้อเท้า
     มีคนป่วยคนหนึ่ง อยู่แถวถนนพุทธมณฑลสาย3 เป็นผู้ป่วยเรื่องเส้น เกิดจากการประสบอุบัติเหตุ รถยนต์ที่ขับไปชนกับรถคันอื่น ศีรษะซีกขวาได้กระแทกกระจกอย่างแรง
     หลังประสบอุบัติเหตุ ก็รักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน จนอาการที่ปวด บวมจากการกระแทกนั้นหายไป
     หลังจากนั้น1-2ปี มีอาการปวดตึงซีกขวา ตั้งแต่ศีรษะ ตึงถึงเบ้าตา กกหู ตลอดลำตัว ลงไปถึงนิ้วเท้าซีกขวามือ อาการที่เป็นในซีกขวาเด่นชัด และเวลาที่อาการกำเริบก็จะเป็นที่ซีกขวา จนรับรู้ได้
     ส่วนซีกซ้าย มีอาการตึงธรรมดา ศีรษะซีกซ้ายเบาโล่งกว่าซีกขวาที่โดนกระแทก
     ใช้เวลาในการบำบัด ในแต่ละครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง ขณะกดนวดไล่ให้ลมไหลออกนอกกายนั้นซีกซ้ายเหมือนปกติที่นวดคือ นวดไปสักพักลมก็จะไหลออกนอกกาย ไปทางเท้า
    ส่วนการนวดไล่ให้ลมไหลออกนอกกายซีกขวา ซีกที่มีอาการปวดตึง  เมื่อกดนวดที่ขาเพื่อที่จะให้ลมไหลออกนอกกาย ไปทางเท้า กลายเป็นว่ามีการกระทุ้ง มีอาการตึงที่บริเวณศีรษะด้านขวาที่เคยโดนชนกระแทก โดยที่ไม่มีลมไหลลงด้านล่างที่ปลายเท้าเลย จนระยะเวลาหนึ่งจึงเริ่มมีลมเริ่มไหลลงผ่านเข่า  จนไปถึงข้อเท้า นิ้วเท้าขวา
     หลังจากนวดครั้งนั้นไปแล้ว ประมาณ 1-2 วัน อาการที่เป็นเรื้อรัง ( เคยเป็นแล้วเราไม่ได้แก้เกี่ยวกับลม )  ก็คลายตัวขึ้นมาอีก ร่างกายซีกซ้ายยังเบาอยู่ แต่ร่างกายซีกขวามีอาการปวดตึงขึ้นมาเหมือนเดิม แต่อาการปวดลึกๆน้อยลงไป
      นวดซ้ำแล้วซ้ำอีก จากนวดอาทิตย์ละครั้ง นานไปกลายเป็น2อาทิตย์นวด1ครั้ง  3อาทิตย์นวด1ครั้ง จนในปัจจุบันอาการที่ปวดมึนศีรษะ ตึงถึงเบ้าตา กกหู ตลอดลำตัว ลงไปถึงนิ้วเท้าซีกขวามือ อาการนี้หายเป็นปกติ คือนวดกดลงบนขา มีลมไหลลงผ่านเข่า  จนไปถึงข้อเท้า นิ้วเท้าขวา
         
    โทรปรึกษาได้นะครับ ธิติ ศุภโชติการกุล ( ผิ่น )
     086-775-7333  /    083-046-7409
Line ID – thiti.d.com